The wall should bu or wrapped with insulation, which can reduce the vibration and the suction pipe to insulated throughout the length of the pipe. Insulation using the cover has a thickness of at least 1 / 2 inch usually result according to shut pipe insulation.การเลือกใช้ขนาดท่อน้ำยาต้องคำนึงถึง
1 ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางท่อขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางของท่อน้ำยา
2 ความยาวท่อความยาวท่อน้ำยา
3 จำนวนของอุปกรณ์จำนวนของข้อต่อต่างๆเช่นข้องอ
4
ความเร็วในการเคลื่อนที่ของสารทำความเย็นความเร็วของไหลการเลือกใช้ท่อน้ำยาควรเลือกตามคู่มือติดตั้งเครื่องปรับอากาศนั้นๆแต่ถ้าไม่ทราบก็สามารถหาขนาดคร่าวๆได้จากแผนผังคำนวณขนาดท่อน้ำยาซึ่งโดยทั่วไปกำหนดความดันตกคร่อมด้านดูด ( ความดันสายดูด ) 2 psi / 100 ฟุต( pressuredrop สายชาร์จ ) 4 psi / 100 ฟุต
นอกจากการเลือกใช้ขนาดท่อน้ำยาที่ถูกต้องแล้วการเดินท่อน้ำยายังต้องทำอย่างถูกหลักการอีกด้วยจึงจะทำให้เครื่องทำงานอย่างมีประสิทธิภาพเช่นระบบท่อน้ำยาต้องทำความสะอาดให้ดีและกลับคอมเพรสเซอร์ด้วยดังนั้นในการติดตั้งคอนเด็นซิ่งและอีวาพอเรเตอร์ในระดับที่ต่างกันจะต้องคำนึงถึง
1 . การติดตั้งอีวาพอเรเตอร์ต่ำกว่าคอนเด็นซิ่งจะมีผลให้น้ำมันกลับเข้าคอมเพรสเซอร์น้อยเพราะคอมเพรสเซอร์อยู่สูงกว่าดังนั้นการเดินท่อด้านดูดต้องคำนึงถึงความดันตกคร่อมและเรื่องน้ำมันกลับด้วย
2การติดตั้งคอนเด็นซิ่งต่ำกว่าอีวาพอเรเตอร์จะมีผลให้ความดันตกลงเพราะคอมเพรสเซอร์ต้องอัดน้ำยาขึ้นที่สูงดังนั้นการเดินท่อด้านส่งต้องคำนึงถึงความดันตกคร่อมจากความเสียดทานและการเดินท่อในแนวดิ่ง
การเดินท่อน้ำยาด้านดูดเมื่อตำแหน่งการวางอีวาพอเรเตอร์และคอนเด็นซิ่งอยู่ในลักษณะต่างๆเป็นดังนี้
1 เมื่อคอนเด็นซิ่งอยู่เหนืออีวาพอเรเตอร์
ให้ทำที่กักน้ำมัน ( ดักน้ำมัน ) เพื่อให้แน่ใจว่าน้ำมันที่อยู่ในระบบจะไหลกับขึ้นไปยังคอมเพรสเซอร์การทำที่กักน้ำมันควรทำให้ใกล้อีวาพอเรเตอร์ที่สุดเท่าที่จะทำได้
2เมื่อคอนเด็นซิ่งอยู่เหนืออีวาพอเรเตอร์ให้ทำที่กักน้ำมันทุกๆช่วงความสูง 4.5 แอง .ทั้งนี้เพื่อให้เก็บกักน้ำมันเอาไว้ในขณะที่คอมเพรสเซอร์เริ่มทำงานอีกครั้งน้ำมันจากที่กักน้ำมันนี้จะถูกดูดไปหล่อลื่นคอมเพรสเซอร์ได้ทันที ( ไม่ควรเดินท่อในแนวดิ่งสูงเกินกว่า 15 แอง
)การเดินท่อน้ำยาต่อระบบทำความเย็นยาวเกิน 10 เมตรจะต้องเติมน้ำมันหล่อลื่นเพิ่มเติมเพื่อชดเชยผลของฟิล์มน้ำมันที่ตกค้างผิวด้านในของท่อดูดตามอัตราตารางต่อไปนี้ต่อทุกๆความยาว 1 เมตรที่เดินเห็นน้ำมันแก้ว ( ถ้ามี ) โดยให้อยู่ในช่วง 1 / 2 ถึง 3 / 4 แก้ว
ของสายตาน้ํามันขนาดท่ออัตราเติมน้ำมันต่อทุกความยาว 1 เมตร
3 / 8 7.5 มิลลิเมตร ( ซี . ซี ) 1 / 2 ( 10 มิลลิเมตรซี . ซี ) 5 / 8 20 มิลลิเมตร ( ซี . ซี ) 3 / 4 ( 30 มิลลิเมตรซี . ซี )
7 / 8 40 มิลลิเมตร ( ซี . ซี ) 1-1 / 8 50 มิลลิเมตร ( ซี . ซีเมื่อเดินท่อน้ำยาผ่านผนัง )
,กำแพงควรบุหรือห่อด้วยฉนวนซึ่งสามารถลดการสั่นสะเทือนได้ส่วนท่อด้านดูดต้องหุ้มฉนวนตลอดความยาวของท่อฉนวนที่ใช้หุ้มท่อนี้ต้องมีความหนาอย่างน้อย 1 / 2 นิ้วโดยปกติแล้วท่อด้านส่งไม่จำเป็นต้องหุ้มฉนวนอุณหภูมิสูงเช่นห้องหม้อน้ำหรือกลางแดดร้อนจัดควรจะใช้ฉนวนยางที่มีความหนาอย่างน้อย 3 / 8 นิ้วหุ้มห่อด้านส่งด้วยและต้องเพิ่มความหนาของฉนวนด้านดูดขึ้นเป็นพิเศษด้วยอย่างน้อยหนานิ้ว
3 / 4
การติดตั้งท่อน้ำทิ้งท่อน้ำทิ้งจัดว่าเป็นส่วนสำคัญส่วนหนึ่งถ้าติดตั้งไม่ดีอาจมีผลให้น้ำไม่สามารถระบายออกและขังอยู่ในตัวเครื่องจนล้นออกมาภายนอกสร้างความเสียหายให้บริเวณรอบๆเครื่องได้ท่อน้ำทิ้งโดยมากจะใช้ท่อ s-lon หรือท่อพีวีซีท่อน้ำทิ้งควรจะหุ้มฉนวนตรงบริเวณที่อาจจะเกิดมีการ ) โดยเฉพาะถ้าเดินท่ออยู่ในฝ้าเพดานนอกจากนี้ท่อน้ำทิ้งควรทำกับดักด้วย
การบำรุงรักษาเครื่องปรับอากาศ
เพื่อให้เครื่องปรับอากาศทำงานเต็มประสิทธิภาพและมีอายุการใช้งานยาวนานจึงควรหมั่นดูแลบำรุงรักษาอย่างสม่ำเสมอมีข้อแนะนำโดยทั่วไปเกี่ยวกับการบำรุงรักษาดังนี้
1หมั่นตรวจสอบและทำความสะอาดแผ่นกรองอากาศของแฟนคอยล์ยูนิตทุกสองสัปดาห์
2 แผงอีวาพอเรเตอร์คอยล์และคอนเด็นเซอร์คอยล์ควรทำความสะอาด 3-6 เดือนต่อครั้ง
3มอเตอร์พัดลมทั้งแฟนคอยล์ยูนิตและคอนเด็นซิ่งยูนิตต้องมีการตรวจเช็คทุก 6 เดือนและทำการหล่อลื่นโดยการอัดจาระบีหรือหยอดน้ำมันอย่างสม่ำเสมอ
4ตรวจดูถาดน้ำทิ้งทำความสะอาดเพื่อให้การไหลของน้ำทิ้งเป็นไปอย่างสมบูรณ์
5 ตรวจดูทิศทางลมเข้าออกของแฟนคอยล์ยูนิตต้องไม่มีวัสดุปิดขวางทางลม
6ตรวจสอบและซ่อมแซมฉนวนท่อน้ำยาที่ต่อระหว่างคอนเด็นซิ่งยูนิตและแฟนคอยล์ยูนิต
7 ตรวจสอบหน้าต่างและประตูว่ามีรูรั่วทำให้อากาศร้อนจากภายนอกเข้าสู่อาคารหรือไม่
8ติดต่อช่างบริการที่เชื่อถือได้เพื่อตรวจสอบเครื่องอย่างน้อยปีละครั้งวิธีใช้เครื่องปรับอากาศอย่างประหยัด
2การใช้ไฟฟ้าในบ้านเรือนหรืออาคารสำนักงานประมาณ 60% จะใช้กับระบบปรับอากาศฉะนั้นถ้าใช้เครื่องปรับอากาศที่มีประสิทธิภาพต่ำหรือปล่อยให้มีความร้อนเกิดขึ้นภายในห้องโดยไม่การที่ไม่ต้องลงทุนและลงทุนเล็กน้อยซึ่งผลจากการดำเนินงานนั้นจะไม่ทำให้ความสะดวกสบายที่ได้รับจากการใช้เครื่องปรับอากาศต้องลดน้อยลงแต่จะลดค่าไฟฟ้าลงจากปกติวิธีการประหยัดมีดังต่อไปนี้
การเลือกเครื่องปรับอากาศที่เหมาะสม
1เลือกเครื่องปรับอากาศที่มีประสิทธิภาพสูงความให้ความเย็นมากแต่กินไฟน้อยโดยดูที่การกินไฟฟ้าเป็นวัตต์หรือแอมปโดยควรเลือกที่มีค่าน้อยหรือดูจากค่าตำรวจค็อคหรืออัตราส่วนประสิทธิภาพพลังงานของเครื่องปรับอากาศซึ่งค่ายิ่งสูงยิ่งดี
2เลือกขนาดเครื่องปรับอากาศที่เหมาะสมกับห้อง
3 ควรเลือกอุปกรณ์ควบคุมอุณหภูมิหรือเทอร์โมสตัทที่มีความเที่ยงตรงสูงเช่นเทอร์โมสตัทชนิดอิเล็กทรอนิกส์
4เปลี่ยนเครื่องปรับอากาศใหม่ทดแทนเครื่องปรับอากาศเก่าที่มีประสิทธิภาพต่ำเนื่องจากใช้งานมานานการเปลี่ยนเครื่องใหม่ควรพิจารณาเครื่องที่มีประสิทธิภาพสูงการลดความร้อนจากภายนอก
การลดความร้อนจากภายนอกที่ผ่านเข้ายังบริเวณที่ปรับอากาศโดยผ่านผนังหลังคาและพื้น , โดยพิจารณาเป็นส่วนๆดังนี้
1 การลดความร้อนผ่านผนัง
11 ผนังกระจกเป็นสิ่งหนึ่งที่ความร้อนจากภายนอกสามารถแผ่เข้ามาได้มากมีวิธีแก้ไขหลายวิธีคือ
สำหรับ
การแปล กรุณารอสักครู่..
