จากหลัก ฐานเอกสารโบราณของจีน อาหรับ ชวา มลายู และจารึกของชาวอินเดีย ที่ปรากฎ นามเมืองของรัฐสำคัญแห่งหนึ่งบนแหลมมลายู ซึ่งออกเสียงตามสำเนียงในแต่ละภาษา เช่น หลังยาซูว ,หลังยาซีเจีย (ภาษาจีน พุทธศตวรรษที่ 11-12 และ 16-18) ,ลังคาโศกะ ,อิลังกาโศกะ (ภาษาสันสกฤต ภาษาทมิฬ พุทธศตวรรษที่ 9 และพุทธศตวรรษที่ 16) ,เล็งกะสุกะ (ภาษาชวา พุทธศตวรรษที่ 20) ,ลังคะศุกา (ภาษาอาหรับ พุทธศตวรรษที่ 21) ,ลังกะสุกะ ,ลังกาสุกะ (ภาษามลายู พุทธศตวรรษที่ 24) (wheatly 1961 Sklling 1992:131; อมรา ศรีสุชาติ 2540;กรมศิลปากร 2540:10)
ชื่อที่ปรากฏนี้ นักวิชาการสันนิษฐานว่าน่าจะเป็นชื่อเมืองเดียวกัน ที่เคยตั้งอยู่ในรัฐเคดะห์ ประเทศสหพันธรัฐมาเลเซีย และจังหวัดปัตตานีในประเทศไทย แต่ในสมัยหลังศูนย์กลางของเมืองแห่งนี้น่าจะอยู่ในจังหวัดปัตตานี เนื่องจากชาวพื้นเมืองในช่วงพุทธศตวรรษที่ 24 ถึงต้นพุทธศตวรรษที่ 25 ยังกล่าวว่าเมืองปัตตานี พัฒนาขึ้นมาจากเมืองลังกาสุกะสอดคล้องกับตำนานเมืองไทรบุรีที่กล่าวว่า ราชามะโรงมหาวงค์ทรงสร้างลังกาสุกะบนฝั่งตะวันตกที่เคดะห์ และพระราชนัดดาของพระองค์ได้มาสร้างลังกาสุกะที่ปัตตานี ชาวพื้นเมืองปัตตานีเรียกบริเวณแถบนี้ว่าลังกาสุกะมา จนกระทั่งแม่น้ำปัตตานีเปลี่ยนทางเดิน (หม่อมเจ้าจันทร์จิรายุ รัชนี,2539:107)
ราวพุทธศตวรรษที่ 19 ชุมชนลังกาสุกะเริ่มเสื่อมลงไปเนื่องจากข้อจำกัดทางภูมิศาสตร์และศาสนาวัฒ ธรรมของชาวเมืองได้เปลี่ยนแปลงไป นักวิชาการทางประวัติศาสตร์และโบราณคดีเชื่อว่า ปัตตานีเป็นที่แวะพักจอดเรือเพื่อแลกเปลี่ยนซื้อขายสินค้าระหว่างพ่อค้าชาว อินเดียทางตะวันตกกับพ่อค้าชาวจีนทางตะวันออก และชนพื้นเมืองบนแผ่นดินและตามหมู่เกาะใกล้เคียงต่าง ๆ นอกจากนั้นยังเชื่อมั่นอีกด้วยว่าปัตตานีเดิมเป็นอาณาจักรที่เก่าแก่ตามที่ ปรากฎในเอกสารโบราณที่กล่าวมา (ภัคพดี อยู่คงดี,มปป:2)
จากหลักฐานเอกสารโบราณของจีนอาหรับชวามลายูและจารึกของชาวอินเดียที่ปรากฎ ซึ่งออกเสียงตามสำเนียงในแต่ละภาษาเช่นหลังยาซูว, หลังยาซีเจีย (ภาษาจีนพุทธศตวรรษที่ 11-12 และ 16-18) ลังคาโศกะ, อิลังกาโศกะ (ภาษาสันสกฤตภาษาทมิฬพุทธศตวรรษที่ 9 และพุทธศตวรรษที่ 16), เล็งกะสุกะ (ภาษาชวาพุทธศตวรรษที่ 20), ลังคะศุกา (ภาษาอาหรับพุทธศตวรรษที่ 21), ลังกะสุกะ, ลังกาสุกะ (ภาษามลายูพุทธศตวรรษที่ 24) ( Wheatly 1961 Sklling 1992: 131; อมราศรีสุชาติ 2540; กรมศิลปากร 2540: 10) ชื่อที่ปรากฏนี้ ที่เคยตั้งอยู่ในรัฐเคดะห์ประเทศสหพันธรัฐมาเลเซียและจังหวัดปัตตานีในประเทศไทย 24 ถึงต้นพุทธศตวรรษที่ 25 ยังกล่าวว่าเมืองปัตตานี (หม่อมเจ้าจันทร์จิรายุรัชนี, 2539: 107) ราวพุทธศตวรรษที่ 19 ธรรมของชาวเมืองได้เปลี่ยนแปลงไป ๆ ปรากฎในเอกสารโบราณที่กล่าวมา (ภัคพดีอยู่คงดี, มปป: 2)
การแปล กรุณารอสักครู่..

จากหลักฐานเอกสารโบราณของจีนอาหรับชวามลายูและจารึกของชาวอินเดียที่ปรากฎนามเมืองของรัฐสำคัญแห่งหนึ่งบนแหลมมลายูซึ่งออกเสียงตามสำเนียงในแต่ละภาษาหลังยาซูวเช่น ,หลังยาซีเจีย ( ภาษาจีนพุทธศตวรรษที่ 11-12 และ 16-18 ) ลังคาโศกะอิลังกาโศกะ ( ภาษาสันสกฤต , ภาษาทมิฬพุทธศตวรรษที่ 9 และพุทธศตวรรษที่ 16 ) , เล็งกะสุกะ ( ภาษาชวาพุทธศตวรรษที่ 20 ) , ลังคะศุกา ( ภาษาอาหรับพุทธศตวรรษที่ 21 )ลังกะสุกะลังกาสุกะ ( ภาษามลายู , พุทธศตวรรษที่ 24 ) ( 2504 sklling เวียทลี่ 1992:131 ; อมราศรีสุชาติ 2540 ; กรมศิลปากร 2540:10 )
ชื่อที่ปรากฏนี้นักวิชาการสันนิษฐานว่าน่าจะเป็นชื่อเมืองเดียวกันที่เคยตั้งอยู่ในรัฐเคดะห์ประเทศสหพันธรัฐมาเลเซียและจังหวัดปัตตานีในประเทศไทยเนื่องจากชาวพื้นเมืองในช่วงพุทธศตวรรษที่ 24 ถึงต้นพุทธศตวรรษที่ 25 ยังกล่าวว่าเมืองปัตตานีพัฒนาขึ้นมาจากเมืองลังกาสุกะสอดคล้องกับตำนานเมืองไทรบุรีที่กล่าวว่าและพระราชนัดดาของพระองค์ได้มาสร้างลังกาสุกะที่ปัตตานีชาวพื้นเมืองปัตตานีเรียกบริเวณแถบนี้ว่าลังกาสุกะมาจนกระทั่งแม่น้ำปัตตานีเปลี่ยนทางเดิน ( รัชนีหม่อมเจ้าจันทร์จิรายุ ,2539:107 )
ราวพุทธศตวรรษที่ 19 ชุมชนลังกาสุกะเริ่มเสื่อมลงไปเนื่องจากข้อจำกัดทางภูมิศาสตร์และศาสนาวัฒธรรมของชาวเมืองได้เปลี่ยนแปลงไปนักวิชาการทางประวัติศาสตร์และโบราณคดีเชื่อว่าอินเดียทางตะวันตกกับพ่อค้าชาวจีนทางตะวันออกและชนพื้นเมืองบนแผ่นดินและตามหมู่เกาะใกล้เคียงต่างจะนอกจากนั้นยังเชื่อมั่นอีกด้วยว่าปัตตานีเดิมเป็นอาณาจักรที่เก่าแก่ตามที่ปรากฎในเอกสารโบราณที่กล่าวมาอยู่คงดี ,มปป : )
2
การแปล กรุณารอสักครู่..
