ประสบการณ์ในช่วงปิดเทอม
ในเวลาสองเดือนที่มหาลัยหยุดดิฉันมีประสบการณ์จะมาเล่าว่าทำอะไรไปบ้างในช่วงเวลาปิดเทอม แรกๆเลยก่อนจะกลับบ้านได้แวะที่ กรุงเทพ เพราะคิดว่าอยากหางานพาร์ตไทม์ทำ ไม่อยากอยู่บ้านเฉยๆ แต่ก็ไม่ได้ทำอย่างที่ตั้งใจไว้เพราะงานเต็ม ก็เลยถือโอกาสเที่ยวไปเรื่อยๆอยู่ กรุงเทพ เป็นเวลาหนึ่งเดือน ซึ่งในช่วงเวลาถือเป็นเดือนที่ชาวมุสลิมเขาถือศีลอดกัน (งดอาหารการกิน)
พอถึงเวลาเปิดบวชในแต่ละวันก็ได้ไปตระเวนตามโรงแรมบ้าง มหาลัยต่างๆใน กรุงเทพ เพราะได้ทำการเลี้ยงกับข้าวให้พี่น้องชาวมุสลิม เปลี่ยนบรรยากาศเปิดบวชไปเรื่อยๆ ทำให้ดิฉันได้เจอกับอาหารการกินที่หลากหลายอย่างทั้งรสชาติที่อร่อยบ้างรสชาติที่แย่บ้างปะปนกันไป หลังจากที่อยู่กรุงเทพได้หนึ่งเดือนแล้ว ก็เลยเดินทางกลับบ้านที่ยะลา อยู่บ้านได้ประมาณยี่สิบกว่าวัน ได้กลับบ้านทั้งทีก็มีการนัดเจอเพื่อนๆก็คงจะหนีไม่พ้นจากการกินอีกแล้วแหละ จากการที่ดิฉันไม่ได้กลับบ้านบ่อย ทำให้รู้สึกว่าร้านอาหารการกินแถวบ้านเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ ไม่ว่าจะเป็นร้านกินดื่ม ร้านกาแฟ ทำให้เห็นถึงความแตกต่าง ว่าเดี่ยวนี้เขาเล็งเห็นว่าธุรกิจแบบนี้มันค่อยๆเติบโตไปมากในช่วงนี้และที่สำคัญก็คือขายดีและตอบโจทย์จากผู้บริโภคอีกด้วยค่ะ
หลังจากนั้นใกล้จะเปิดเทอมแล้วเป็นประสบการณ์ที่ไม่คาดคิดเลยก้อว่าได้ ดิฉันได้มีโอกาสไปเที่ยวประเทศมาเลเซียละสิงคโปร์ และที่สำคัญก็คือไปกันเองกับเพื่อนสองคนไปแบบมั่วๆ นอนโฮสเทล บ้างสนามบินบ้างเกือบตกเครื่องบ้างสนุกกันไป ไปครั้งนี้ทำให้ได้ทำอะไรที่ไม่เคยได้ทำหลงทางเป็นว่าเล่นเลย นอนสนามบินใช้ภาษาใบ้ในการสื่อสารอันนี้พิเศษสุดล่ะ ขึ้นรถเมล์ผิดป้าย แล้ววนกลับมาที่เดิม ทุกอย่างที่พูดมานึกถึงทีไรทำให้ตัวเองขำตลอดไม่คิดว่าตัวเองจะได้ทำจะได้อะไรแบบนี้ ถือว่าเป็นประสบการณ์ที่ดีมากๆเลย และที่สำคัญที่ไม่พูดถึงก็คงไม่ได้ นั้นก็คืออาหารการกินจะบอกรสชาติแบบจืดมากแล้วก้อเยอะแบบว่าจานหนึ่งกินได้สองคนอ่า กลับมาที่การต่อคิวซื้ออาหารต่อ คือแบบยืนต่อคิวจริงๆไม่มีการลัดคิวหรือฝากซื้ออะไรใดๆทั้งสิ้น เขาจัดการระบบในประเทศได้ค่อนข้างดีเลยไม่ว่าจะเป็นการขึ้นรถเมล์ การข้ามม้าลายรวมถึงการก่ออาชญากรรมก็ไม่ค่อยได้มีให้ และที่ประทับใจก็คือ การที่คนในประเทศเขาใจดีมากเป็นคนมีน้ำใจ และที่สำคัญการให้เกียติของพวกเขา