สำหรับพื้นที่รับน้ำที่มีขนาดมากกว่า 25 ตร.กม. ใช้แนวทางการประเมินที่ความแตกต่างกัน 3 วิธี เพื่อให้สอดคล้องตามคุณสมบัติและปัจจัยเสี่ยงน้ำท่วมของแต่ละพื้นที่รับน้ำ ประกอบด้วย 1.) การประเมินปริมาณน้ำหลากสูงสุดด้วยวิธีกราฟหนึ่งหน่วยน้ำท่า (Unit hydrograph Method) โดยใช้ข้อมูลพายุฝนร่วมกับข้อมูลกราฟหนึ่งหน่วยน้ำท่าแบบไร้มิติ (Dimensionless Unit Hydrograph) สำหรับขนาดพื้นที่รับน้ำซึ่งไม่ใหญ่มากนักและได้รับความเสี่ยงการเกิดน้ำท่วมจากพายุฝนที่ตกภายในพื้นที่ 2.) การวิเคราะห์แจกแจงความถี่ปริมาณน้ำนองสูงสุดแบบลุ่มน้ำรวม(Regional Flood Frequency Analysis) เป็นการประยุกต์ค่าความสัมพันธ์ของปริมาณน้ำท่าสูงสุดกับขนาดพื้นที่รับน้ำในภาพรวมลุ่มน้ำทั้งหมด ซึ่งแนวเส้นทางของโครงการตั้งอยู่ เหมาะสำหรับพื้นที่รับน้ำซึ่งมีขนาดใหญ่และได้รับความเสี่ยงน้ำท่วมจากการไหลบ่าของน้ำหลากจากตอนบนของพื้นที่ และ 3.) บริเวณจุดตัดลำน้ำขนาดใหญ่ซึ่งตั้งอยู่ใกล้เคียงสถานีวัดน้ำท่าของกรมชลประทาน จะพิจารณาวิเคราะห์การแจกแจงข้อมูลการตรวจวัดจริงที่รอบปีการเกิดซ้ำต่างๆ มาใช้เป็นตัวแทนปริมาณน้ำที่คาดว่าจะเกิดขึ้นในขอบเขตพื้นที่ ทั้งนี้ รายละเอียดวีธีการวิเคราะห์และข้อมูลที่จำเป็นต่าง ๆ สามารถอธิบายได้พอสังเขป ดังนี้