วิวัฒนาการด้านการแต่งกาย การแสดงโจเก็ต
การแต่งกายของชุดการแสดงรองเง็งตันหยงใช้ชุดพื้นเมืองซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของคนไทยเชื้อสายมลายู ได้แก่ ผู้ชายสวมหมวกไม่มีปีก สวมเสื้อแขนยาว กางเกงขายาว ใช้ผ้าสโร่งคาดทับ ผู้หญิง สวมเสื้อบานง ผ้าปาเต๊ะ มีผ้าคล้องไหล่
วิวัฒนาการด้านเครื่องดนตรีและเพลง
เครื่องดนตรีในอดีตใช้เพียงรำมะนา ๒ ลูก คือ ลูกเขื่องและลูกนุ้ย และไวโอลิน โดยนักดนตรีจะเรียกว่า ซอ คนบรรเลงเรียกว่า ช่างซอ ในการบรรเลงผู้บรรเลงจะยึดหลักฉบับของตนไม่มีการไล่เสียง บรรเลงตามโน้ตเพลง เพลงที่ใช้เรียกว่า ลาฮู ซึ่งเป็นเพลงบรรเลงอย่างเดียว นอกจากนี้การแสดงที่จัดเป็นรอบๆ นักแสดงรองเง็งจะต้องร้องและเต้นคู่กับผู้ชมที่เป็นผู้ชายโดยมากมักเปรียกว่า ปารี๑
เครื่องดนตรีในปัจจุบัน ลักษณะเดียวกับในอดีตคือมีรำมะนา ๒ ลูก มีไวโอลิน ๑ ตัว แต่เพิ่มโหม่ง ๑ ใบ การบรรเลงเพลงโดยเฉพาะปี่ ยังคงเป็นลักษณะเดิมคือ บรรเลงแบบท่องจำทำนองและในการแสดงแต่ละครั้งผู้บรรเลงจะบรรเลงไปเรื่อยๆไม่มีการกำหนดว่าเพลงนี้ใช้กี่ห้องเพลงจึงจะต้องมีผู้บอกเวลาหรือส่งสัญญาณจบให้แก่ช่างซอ (คนสีไวลิน)๒
สำหรับเพลงบรรเลงลาฮูที่ถือเป็นเพลงไหว้ครูคือ ลาฮูยาโง้ง ส่วนลาฮูที่นิยมในปัจจุบันคือ ลาฮูดูวอ ลาฮูมะอินัง และลาฮูกีตาซายัง ซึ่งลาฮูเหล่านี้จะไม่มีเนื้อร้องและไม่มีการกำหนดเวลาที่ชัดเจนในแต่ละเพลง ส่วนเพลงที่ใช้สำหรับการร้องคือ ปารีจะมีจำนวนมาก ได้แก่ ปารีหาดยาว ปารีเจ๊ะมะหมาด ปารีอาเนาะอีกัน ปารีภูเก็ต เป็นต้น แต่ในปัจจุบันปารีเหล่านี้ไม่ค่อยได้รับความนิยมเพราะคู่เต้นที่สามารถร้องโต้ตอบกันได้หายาก๓