การทำนุบำรุงและฟื้นฟูทางด้านศิลปวัฒนธรรมได้ดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง นับต การแปล - การทำนุบำรุงและฟื้นฟูทางด้านศิลปวัฒนธรรมได้ดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง นับต ไทย วิธีการพูด

การทำนุบำรุงและฟื้นฟูทางด้านศิลปวัฒ

การทำนุบำรุงและฟื้นฟูทางด้านศิลปวัฒนธรรมได้ดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง นับตั้งแต่สมัยกรุงธนบุรี-รัตนโกสินทร์ โดยวิธีรักษารูปแบบเดิมไว้ตั้งแต่สมัยอยุธยา แต่ในขณะเดียวกันก็เพิ่มเติมสิ่งใหม่ๆ ผสมผสานเข้าไปด้วย ทำให้ศิลปวัฒนธรรมของไทยในยุคนี้เจริญรุ่งเรืองมาก สามารถแบ่งมรดกวัฒนธรรมธนบุรี-รัตนโกสินทร์ออกเป็น 4 ช่วง ดังนี้

1. กรุงธนบุรี พ.ศ. 2311-2325 (สมเด็จพระเจ้าตากสิน) ในปัจจุบัน เมืองธนบุรีอาจมีฐานะเป็นเพียงเขตเล็กๆ เขตหนึ่งของกรุงเทพมหานคร แต่ในอดีตพบว่าเมืองธนบุรีมีความสำคัญในฐานะราชธานีของไทยในระหว่างปี พ.ศ. 2310 - 2325 แม้ว่าจะเป็นเพียงระยะเวลาสั้นๆ เพียง 15 ปี แต่ก็นับว่ามีความสำคัญต่อประวัติศาสตร์ของชาติไทยเป็นอย่างยิ่ง อีกทั้งยังปรากฏโบราณสถานที่สำคัญในสมัยธนบุรี คือ พระราชวังเดิม (ปัจจุบันเป็นที่ตั้งของกองบัญชาการกองทัพเรือ) รวมทั้งวัดวาอารามต่างๆ เป็นจำนวนมาก ดังนั้นในปัจจุบันเมืองธนบุรีจึงได้รับการอนุรักษ์และพัฒนาควบคู่กันไป

2. กรุงรัตนโกสินทร์ ระยะแรก ตั้งแต่สร้างกรุงรัตนโกสินทร์ในปี พ.ศ. 2325-2394 (รัชกาลที่ 1-3) : สมัยครั้งบ้านเมืองดี พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกทรงขนานนามราชธานีว่า “กรุงรัตนโกสินทร์อินท์อโยธยา” รัชกาลที่ 3 ทรงเปลี่ยนเป็น “กรุงเทพมหานคร บวรรัตนโกสินทร์ มหินทอยุธยา” ต่อมารัชการที่ 4 ทรงขนานนามให้ใหม่ว่า “ กรุงเทพมหานคร อมรรัตนโกสินทร์ มหินทรายุธยา มหาดิลกภพ นพรัตนราชธานีบุรีรมย์ อุดมราชนิเวศมหาสถาน อมรพิมานอวตารสถิต สักกทัตติยะ วิษณุกรรมประสิทธิ์” แต่โดยทั่วไปเรียกว่า “กรุงรัตนโกสินทร์” นับว่าเป็นช่วงฟื้นฟูความเจริญรุ่งเรือง สังคม จารีตประเพณี ขนบธรรมเนียมและวัฒนธรรม ศิลปกรรม ฝีมือช่าง และการศาสนา ล้วนแล้วแต่เป็นการเลียนแบบ สืบทอดและรับแบบอย่างจากอยุธยาแทบทั้งสิ้น
รูปแบบศิลปกรรม คือ พระพุทธรูป พระอุโบสถ พระวิหาร พระเจดีย์ รวมทั้งจิตกรรมฝาผนังตามวัดต่าง ๆ ยังคงรักษาแบบแผนของสมัยอยุธยาตอนปลาย งานประณีตศิลป์ นิยมทำสืบต่อจากสมัยอยุธยา ได้แก่ เครื่องทอง เครื่องเงิน เครื่องถม เครื่องเบญจรงค์ งานไม้แกะสลัก ลายรดน้ำ ปิดทองล่องชาด ฯลฯ แต่มีการประดิษฐ์รูปแบบและใช้วัสดุที่มีค่าต่าง ๆ ประดับประดามากขึ้นตามสมัยนิยมโดยได้รับอิทธิพลจากเมืองจีนเป็นกระแสนิยมในสมัยนั้น
3. กรุงรัตนโกสินทร์ ระยะสอง ตั้งแต่ พ.ศ. 2394-2475 (รัชกาลที่ 4-7) : ยุคการปฏิรูปสู่โลกใหม่ เกิดภัยคุกคามจากมหาอำนาจตะวันตก เกิดลัทธิจักรวรรดินิยม เกิดสงครามโลกครั้งที่ 1 เมื่อ พ.ศ. 2475 ศิลปะวิทยาการสมัยใหม่ การติดต่อกับต่างชาติ โดยเฉพาะชาวตะวันตก จึงได้รับอิทธิพลด้านวัฒนธรรม การศึกษา ศิลปะวิทยาการสมัยใหม่เข้ามาพัฒนาประเทศ
สมัยรัชกาลที่ 5 กระแสนิยมตะวันตกเข้ามาอย่างเป็นรูปธรรม ทั้งด้านการเมืองการปกครอง วิธีคิด วิทยาการความรู้ ไปจนถึงรสนิยมทางศิลปะ สถาปัตยกรรม การแต่งกาย อาหารการกิน ในช่วงนี้นับเป็นยุคสมัยของการเปลี่ยนแปลงที่เรียกว่า “เจริญก้าวหน้าทัดเทียมอารยประเทศ” จุดเริ่มต้นของ “ยุคใหม่” ของกรุงรัตนโกสินทร์

4. กรุงรัตนโกสินทร์ ระยะสาม ตั้งแต่ พ.ศ. 2475 หลังการเปลี่ยนแปลงมาจนถึงปัจจุบัน (รัชกาลที่ 7-9) : ยุคประชาธิปไตย นครหลวงแห่งกรุงรัตนโกสินทร์เปลี่ยนมาใช้ชื่อว่า “กรุงเทพมหานคร” เมื่อวันที่ 13 ธันวาคม 2515 การเปลี่ยนแปลงทางสังคมและวัฒนธรรมไทย พ.ศ. 2512 สังคมเปิดกว้างสอดคล้องกับกระแสการเปลี่ยนแปลงของสังคมโลก เกิดการหลอมรวมศิลปะ วัฒนธรรม ค่านิยม เรียกว่า “ยุคโลกาภิวัฒน์” จึงเกิดกระแสการตื่นตัวด้านการอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรม ศิลปะ และสถาปัตยกรรมของไทยให้เกิดการพัฒนาต่อยอดมรดกวัฒนธรรมและภูมิปัญญาในอดีต ให้คงอยู่เคียงคู่กับกระแสสังคมในโลกยุคปัจจุบันได้อย่างมีอัตลักษณ์ โดดเด่น แตกต่างจากนานาประเทศ
0/5000
จาก: -
เป็น: -
ผลลัพธ์ (ไทย) 1: [สำเนา]
คัดลอก!
ดังนี้การทำนุบำรุงและฟื้นฟูทางด้านศิลปวัฒนธรรมได้ดำเนินไปอย่างต่อเนื่องนับตั้งแต่สมัยกรุงธนบุรีรัตนโกสินทร์โดยวิธีรักษารูปแบบเดิมไว้ตั้งแต่สมัยอยุธยาแต่ในขณะเดียวกันก็เพิ่มเติมสิ่งใหม่ ๆ ผสมผสานเข้าไปด้วยทำให้ศิลปวัฒนธรรมของไทยในยุคนี้เจริญรุ่งเรืองมากสามารถแบ่งมรดกวัฒนธรรมธนบุรีรัตนโกสินทร์ออกเป็น 4 ช่วง 1. กรุงธนบุรีพ.ศ. 2311-2325 (สมเด็จพระเจ้าตากสิน) ในปัจจุบันเมืองธนบุรีอาจมีฐานะเป็นเพียงเขตเล็ก ๆ เขตหนึ่งของกรุงเทพมหานครแต่ในอดีตพบว่าเมืองธนบุรีมีความสำคัญในฐานะราชธานีของไทยในระหว่างปีพ.ศ. 2310-2325 แม้ว่าจะเป็นเพียงระยะเวลาสั้น ๆ เพียง 15 ปีแต่ก็นับว่ามีความสำคัญต่อประวัติศาสตร์ของชาติไทยเป็นอย่างยิ่งอีกทั้งยังปรากฏโบราณสถานที่สำคัญในสมัยธนบุรีคือพระราชวังเดิม (ปัจจุบันเป็นที่ตั้งของกองบัญชาการกองทัพเรือ) รวมทั้งวัดวาอารามต่าง ๆ เป็นจำนวนมากดังนั้นในปัจจุบันเมืองธนบุรีจึงได้รับการอนุรักษ์และพัฒนาควบคู่กันไป 2. กรุงรัตนโกสินทร์ระยะแรกตั้งแต่สร้างกรุงรัตนโกสินทร์ในปีพ.ศ. 2325-2394 (รัชกาลที่ 1-3): นัสมัยครั้งบ้านเมืองดีพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกทรงขนานนามราชธานีว่า "กรุงรัตนโกสินทร์อินท์อโยธยา" รัชกาลที่ 3 ทรงเปลี่ยนเป็น "มหินทอยุธยาบวรรัตนโกสินทร์ภายหลัง" ต่อมารัชการที่ 4 ทรงขนานนามให้ใหม่ว่า "ภายหลังอมรรัตนโกสินทร์มหินทรายุธยามหาดิลกภพนพรัตนราชธานีบุรีรมย์อุดมราชนิเวศมหาสถานอมรพิมานอวตารสถิตสักกทัตติยะวิษณุกรรมประสิทธิ์" แต่โดยทั่วไปเรียกว่า "กรุงรัตนโกสินทร์"บว่าเป็นช่วงฟื้นฟูความเจริญรุ่งเรืองสังคมจารีตประเพณีขนบธรรมเนียมและวัฒนธรรมศิลปกรรมฝีมือช่างและการศาสนาล้วนแล้วแต่เป็นการเลียนแบบสืบทอดและรับแบบอย่างจากอยุธยาแทบทั้งสิ้น รูปแบบศิลปกรรมคือพระพุทธรูปพระอุโบสถพระวิหารพระเจดีย์รวมทั้งจิตกรรมฝาผนังตามวัดต่างๆ ยังคงรักษาแบบแผนของสมัยอยุธยาตอนปลายงานประณีตศิลป์นิยมทำสืบต่อจากสมัยอยุธยาได้แก่เครื่องทองเครื่องเงินเครื่องถมเครื่องเบญจรงค์งานไม้แกะสลักลายรดน้ำปิดทองล่องชาดฯลฯ แต่มีการประดิษฐ์รูปแบบและใช้วัสดุที่มีค่าต่างๆ ประดับประดามากขึ้นตามสมัยนิยมโดยได้รับอิทธิพลจากเมืองจีนเป็นกระแสนิยมในสมัยนั้น 3. กรุงรัตนโกสินทร์ระยะสองตั้งแต่พ.ศ. 2394-2475 (รัชกาลที่ 4-7): ยุคการปฏิรูปสู่โลกใหม่เกิดภัยคุกคามจากมหาอำนาจตะวันตกเกิดลัทธิจักรวรรดินิยมเกิดสงครามโลกครั้งที่ 1 เมื่อพ.ศ. 2475 ศิลปะวิทยาการสมัยใหม่การติดต่อกับต่างชาติโดยเฉพาะชาวตะวันตกจึงได้รับอิทธิพลด้านวัฒนธรรมการศึกษาศิลปะวิทยาการสมัยใหม่เข้ามาพัฒนาประเทศ สมัยรัชกาลที่ 5 กระแสนิยมตะวันตกเข้ามาอย่างเป็นรูปธรรมทั้งด้านการเมืองการปกครองวิธีคิดวิทยาการความรู้ไปจนถึงรสนิยมทางศิลปะสถาปัตยกรรมการแต่งกายอาหารการกินในช่วงนี้นับเป็นยุคสมัยของการเปลี่ยนแปลงที่เรียกว่า "เจริญก้าวหน้าทัดเทียมอารยประเทศ" จุดเริ่มต้นของ "ยุคใหม่" ของกรุงรัตนโกสินทร์ 4. กรุงรัตนโกสินทร์ตั้งแต่ระยะสามพ.ศ. 2475 (รัชกาลที่ 7-9) หลังการเปลี่ยนแปลงมาจนถึงปัจจุบัน: ยุคประชาธิปไตยนครหลวงแห่งกรุงรัตนโกสินทร์เปลี่ยนมาใช้ชื่อว่า "ภายหลัง" เมื่อวันที่ 13 ธันวาคม 2515 การเปลี่ยนแปลงทางสังคมและวัฒนธรรมไทยพ.ศ. 2512 สังคมเปิดกว้างสอดคล้องกับกระแสการเปลี่ยนแปลงของสังคมโลกเกิดการหลอมรวมศิลปะวัฒนธรรมค่านิยมเรียกว่า "ยุคโลกาภิวัฒน์" จึงเกิดกระแสการตื่นตัวด้านการอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรมศิลปะและสถาปัตยกรรมของไทยให้เกิดการพัฒนาต่อยอดมรดกวัฒนธรรมและภูมิปัญญาในอดีตให้คงอยู่เคียงคู่กับกระแสสังคมในโลกยุคปัจจุบันได้อย่างมีอัตลักษณ์โดดเด่นแตกต่างจากนานาประเทศ
การแปล กรุณารอสักครู่..
ผลลัพธ์ (ไทย) 2:[สำเนา]
คัดลอก!
ผสมผสานเข้าไปด้วย 4 ช่วงดังนี้1 กรุงธนบุรี พ.ศ. 2311-2325 (สมเด็จพระเจ้าตากสิน) ในปัจจุบัน เขตหนึ่งของกรุงเทพมหานคร พ.ศ. 2310 - 2325 แม้ว่าจะเป็นเพียงระยะเวลาสั้น ๆ เพียง 15 ปี คือพระราชวังเดิม รวมทั้งวัดวาอารามต่างๆเป็นจำนวนมาก กรุงรัตนโกสินทร์ระยะแรกตั้งแต่สร้างกรุงรัตนโกสินทร์ ในปี พ.ศ. 2325-2394 (รัชกาลที่ 1-3): สมัยครั้งบ้านเมืองดี "กรุงรัตนโกสินทร์อินท์อโยธยา" รัชกาลที่ 3 ทรงเปลี่ยนเป็น "กรุงเทพมหานครบวรรัตนโกสินทร์มหินทอยุธยา" ต่อมารัชการที่ 4 ทรงขนานนามให้ใหม่ว่า "กรุงเทพมหานครอมรรัตนโกสินทร์มหินทรายุ ธ ยามหาดิลกภพนพ รัตนราชธานีบุรีรมย์อุดมราชนิเวศมหา สถานอมรพิมานอวตารสถิตสักกทัตติยะวิษณุกรรมประสิทธิ์ " แต่โดยทั่วไปเรียกว่า" กรุงรัตนโกสินทร์ " สังคมจารีตประเพณีขนบธรรมเนียมและวัฒนธรรมศิลปกรรมฝีมือช่าง และการศาสนาล้วนแล้วแต่เป็นการเลียนแบบ คือพระพุทธรูปพระอุโบสถพระวิหารพระ เจดีย์รวมทั้งจิตกรรมฝาผนังตามวัดต่าง ๆ งานประณีตศิลป์นิยมทำสืบต่อจาก สมัยอยุธยา ได้แก่ เครื่องทองเครื่องเงินเครื่องถมเครื่องเบญจรงค์งานไม้แกะสลักลายรดน้ำปิดทองล่องชาด ฯลฯ ๆ กรุงรัตนโกสินทร์ระยะสองตั้งแต่ พ.ศ. 2394-2475 (รัชกาลที่ 4-7): ยุคการปฏิรูปสู่โลกใหม่เกิดภัย คุกคามจากมหาอำนาจตะวันตกเกิดลัทธิจักรวรรดินิยมเกิดสงครามโลกครั้งที่ 1 เมื่อ พ.ศ. 2475 ศิลปะวิทยาการสมัยใหม่การติดต่อกับต่างชาติ โดยเฉพาะชาวตะวันตกจึงได้รับอิทธิพลด้านวัฒนธรรมการศึกษา 5 ทั้งด้านการเมืองการปกครองวิธีคิดวิทยาการ ความรู้ไปจนถึงรสนิยมทางศิลปะสถาปัตยกรรมการแต่งกายอาหารการกิน "เจริญก้าวหน้าทัดเทียมอารยประเทศ" จุดเริ่มต้นของ "ยุคใหม่" ของกรุงรัตนโกสินทร์4 กรุงรัตนโกสินทร์ระยะสามตั้งแต่ พ.ศ. 2475 หลังการเปลี่ยนแปลงมาจนถึงปัจจุบัน (รัชกาลที่ 7-9): ยุคประชาธิปไตย "กรุงเทพมหานคร" เมื่อวันที่ 13 ธันวาคม 2515 พ.ศ. 2512 เกิดการหลอมรวมศิลปะวัฒนธรรมค่านิยม เรียกว่า "ยุคโลกาภิวัฒน์" ศิลปะ โดดเด่นแตกต่างจากนานาประเทศ








การแปล กรุณารอสักครู่..
 
ภาษาอื่น ๆ
การสนับสนุนเครื่องมือแปลภาษา: กรีก, กันนาดา, กาลิเชียน, คลิงออน, คอร์สิกา, คาซัค, คาตาลัน, คินยารวันดา, คีร์กิซ, คุชราต, จอร์เจีย, จีน, จีนดั้งเดิม, ชวา, ชิเชวา, ซามัว, ซีบัวโน, ซุนดา, ซูลู, ญี่ปุ่น, ดัตช์, ตรวจหาภาษา, ตุรกี, ทมิฬ, ทาจิก, ทาทาร์, นอร์เวย์, บอสเนีย, บัลแกเรีย, บาสก์, ปัญจาป, ฝรั่งเศส, พาชตู, ฟริเชียน, ฟินแลนด์, ฟิลิปปินส์, ภาษาอินโดนีเซี, มองโกเลีย, มัลทีส, มาซีโดเนีย, มาราฐี, มาลากาซี, มาลายาลัม, มาเลย์, ม้ง, ยิดดิช, ยูเครน, รัสเซีย, ละติน, ลักเซมเบิร์ก, ลัตเวีย, ลาว, ลิทัวเนีย, สวาฮิลี, สวีเดน, สิงหล, สินธี, สเปน, สโลวัก, สโลวีเนีย, อังกฤษ, อัมฮาริก, อาร์เซอร์ไบจัน, อาร์เมเนีย, อาหรับ, อิกโบ, อิตาลี, อุยกูร์, อุสเบกิสถาน, อูรดู, ฮังการี, ฮัวซา, ฮาวาย, ฮินดี, ฮีบรู, เกลิกสกอต, เกาหลี, เขมร, เคิร์ด, เช็ก, เซอร์เบียน, เซโซโท, เดนมาร์ก, เตลูกู, เติร์กเมน, เนปาล, เบงกอล, เบลารุส, เปอร์เซีย, เมารี, เมียนมา (พม่า), เยอรมัน, เวลส์, เวียดนาม, เอสเปอแรนโต, เอสโทเนีย, เฮติครีโอล, แอฟริกา, แอลเบเนีย, โคซา, โครเอเชีย, โชนา, โซมาลี, โปรตุเกส, โปแลนด์, โยรูบา, โรมาเนีย, โอเดีย (โอริยา), ไทย, ไอซ์แลนด์, ไอร์แลนด์, การแปลภาษา.

Copyright ©2026 I Love Translation. All reserved.

E-mail: