ระหว่างโรงเรียนกับมหาวิทยาลัยนับเป็นบ้านอีกหลังหลังหนึ่งที่พวกเราที่เป็นนักเรียน นักศึกษาได้ใช้ชีวิตอยู่กับมัน เพื่อศึกษาหาความรู้ เรียนรู้ประสบการณ์ต่างๆจากบ้านหลังนี้ ซึ่งที่นี่มีทั้งอาจารย์ผู้สอนระดับน้อยๆ ไปจนถึงระดับอาวุโสมาก โดยทุกท่านได้ให้ความรู้มาอย่างแน่น และเต็มไปด้วยประสบการณ์ ความก้าวหน้าในอนาคตของเราที่จะมีขึ้น
สำหรับความเหมือนที่โรงเรียนกับมหาวิทยาลัยนั้นมีก็คือ วันแรกของการเรียนมหาลัยมันก็เป็นเหมือนทุกๆครั้งที่เราไปเริ่มไปเรียนครั้งแรก แต่ต่างกันก็เพียงแค่ทุกคนที่นั่นต่างเลือกเรียนที่นี่เอง ไม่ได้มีใครบังคับเหมือนที่ผ่านๆมา
แต่สิ่งที่แตกต่างสำคัญระหว่างมหาวิทยาลัยและโรงเรียนมัธยมก็คือเรื่องของอิสรภาพ ในระหว่างที่เรียนจะไม่มีใครมาคอยเตือนเราให้อ่านหนังสือ, เตือนเราเรื่องเวลานอน, หรือแม้กระทั่งเรื่องของรายงานว่ากำหนดส่งเมื่อไหร่
สมมติว่าเราเพิ่งได้รับการตอบรับให้เข้าเรียนในมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง ซึ่งมันทำให้เรารู้สึกตื่นเต้นมากและคิดตลอดว่ามันจะเป็นอย่างไร และในที่สุดมันก็มาถึง! เราต้องก้าวเข้าสู่โลกแห่งความจริงแห่งใหม่ที่ต้องเผชิญ ซึ่งถ้าเราต้องย้ายออกจากบ้านเพื่อที่จะมาอยู่ใกล้ๆมหาวิทยาลัย เราก็ต้องเริ่มรับผิดชอบค่าใช้จ่ายต่างๆด้วยตัวเอง, ทำอาหารเอง, และรับมือทุกอย่างคนเดียว เรียกว่าก้าวเข้าสู่โลกแห่งผู้ใหญ่เต็มตัว
แต่เมื่อถึงตอนนี้ สิ่งที่เราควรทำก็คือเลิกเครียดได้แล้ว เพราะสิ่งที่น่ากลัวที่สุดของชีวิตมหาวิทยาลัยที่คาดไว้นั้น ก็ไม่ได้แตกต่างไปจากสมัยเรียนมัธยมมากนัก เพียงแค่เราจำเป็นต้อง “มีความรับผิดชอบ” มากขึ้นเท่านั้นเอง
เพราะถึงแม้จะเรียนมหาลัย เราก็ยังคงสามารถพบเจอเพื่อนที่มีนิสัยเหมือนมัธยม รวมไปถึงอาจารย์ที่ยังคงสอนในวิชาที่เต็มไปด้วยเรื่องที่น่าสนใจเหมือนเคยๆ
ไม่ว่าจะเป็นที่โรงเรียนหรือมหาวิทยาลัย ต่างก็ให้ความรู้สึกที่เหมือนกันในการคบเพื่อน เรียนรู้สิ่งต่างๆ การใช้ประสบการณ์ในชีวิต แต่สิ่งที่จะต้องทำในมหาวิทยาลัยก็คือ จะต้องมีความเป็นผู้ใหญ่มากขึ้น