หากพิจารณาถึงแนวคิดกฎหมายธรรมชาติ (natural law) ตามสำนักกฎหมายธรรมชาติ ก็อาจถือว่ามนุษย์เกิดมาย่อมมีสิทธิตามธรรมชาติตั้งแต่เกิดมาและมนุษย์ควรแสดงออกในเรื่องของความรักและการสมรสที่อยู่บนรากฐานของธรรมชาติทั่วไปที่ชายควรรักกับหญิงหรือชายควรทำการสมรสกับหญิงเท่านั้น ด้วยเหตุนี้หากมองเรื่องการสมรสระหว่างบุคคลเพศเดียวกันผ่านแนวคิดกฎหมายธรรมชาติแบบศาสนนิยมที่ตีความอย่างเคร่งครัด (restrictive interpretation of natural law) ย่อมอาจทำให้เรื่องการสมรสระหว่างบุคคลเพศเดียวกันเป็นสิ่งที่ต้องห้าม[12] ฉะนั้น หากมองการสมรสระหว่างบุคคลเพศเดียวกันผ่านมุมมองของหลักคำสั่งสอนของศาสนาคริสต์และแนวคิดกฎหมายธรรมชาติแบบศาสนนิยมที่ตีความอย่างเคร่งครัดแล้ว มุมมองของหลักคำสั่งสอนของศาสนาคริสต์และแนวคิดกฎหมายธรรมชาติแบบศาสนนิยมย่อมขัดกับแนวคิดในการส่งเสริมสิทธิมนุษยชนว่าด้วยการสมรสระหว่างบุคคลเพศเดียวกันอย่างชัดเจน
นอกจากการอภิปรายและถกเถียงกันในวงการวิชาการกฎหมายสิทธิมนุษยชนและกฎหมายศาสนจักรของศาสนาคริสต์แล้ว กรณีของเรื่องการสมรสระหว่างบุคคลเพศเดียวกันในประเทศอังกฤษยังได้ถูกทำการสำรวจความเห็นของประชาชนหรือการจัดทำโพลล์สำรวจความเห็นของประชาชนเกี่ยวกับการสมรสระหว่างบุคคลเพศเดียวกันผ่านองค์กรที่เป็นสมาชิกของสภาโพล์สหราชอาณาจักร (British Polling Council)[13] ซึ่งความเห็นของประชาชนจากบริษัทจัดทำโพลล์ (Polling company) ที่ได้รับมอบอำนาจจากองค์กรหรือสำนักพิมพ์ให้จัดทำสำรวจความเห็นของประชาชน พบว่าการตอบรับส่วนใหญ่สนับสนุนการสมรสระหว่างบุคคลเพศเดียวกัน (support) ในขณะเดียวกันก็มีบางส่วนที่ไม่เห็นด้วยที่จะให้รัฐอนุญาตให้บุคคลเพศเดียวกันสามารถสมรสกันอย่างถูกต้องตามกฎหมาย (oppose)[14] อนึ่ง ข้อสังเกตในเรื่องของผลสำรวจจากโพลล์ที่จัดทำโดย ICM Research ได้พบว่าประชากรในช่วงอายุระหว่าง 18-24 ปี ได้ลงคะแนนสนับสนุนการสมรสระหว่างบุคคลเพศเดียวกันตามกฎหมายถึงร้อยละ 77 ในทางตรงกันข้ามกลับพบว่าประชากรในช่วงอายุ 65 ปีขึ้นไป กลับไม่เห็นด้วยกับการสมรสระหว่างบุคคลเพศเดียวกันตามกฎหมายถึงร้อยละ 58[15]
ด้วยเหตุนี้ แม้ว่าหากพิจารณาถึงหลักความเท่าเทียมกันและหลักกฎหมายสิทธิมนุษยชนแล้วก็อาจมีประชาชนหรือผู้มีส่วนได้ส่วนเสียบางส่วนที่เห็นด้วยกันการอนุญาตให้บุคคลเพศเดียวกันสามารถทำการสมรสได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย โดยที่กฎหมายเปิดโอกาสให้คู่สมรสเพศเดียวกันสามารถจดทะเบียนสมรสได้เช่นเดียวกับคู่สมรสต่างเพศกันโดยชอบด้วยกฎหมายแต่ในทางกลับกัน ประชาชนชาวอังกฤษบางส่วนและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียที่เกี่ยวข้องกับองค์กรทางศาสนากลับไม่เห็นด้วยกับแนวคิดดังกล่าว เพราะถือว่าขัดหลักการทางวัฒนธรรม จารีต และศาสนา รวมไปถึงทฤษฎีแนวคิดทางกฎหมายบางสำนักที่ไม่เห็นด้วยกันการสมรสระหว่างบุคคลเพศเดียวกัน ในช่วงก่อนปี 2012 แม้จะหลักเกณฑ์และวิธีการแต่งงานที่ชอบด้วยกฎหมายของประเทศอังกฤษได้กำหนดเกณฑ์มาตรฐานขั้นต่ำหลายประการระหว่างคู่สมรส (legal minimum criteria) เช่น การสมรสสำหรับผู้มีอายุระหว่าง 16 ถึง 18 ปีที่ต้องได้รับความยินยอมจากผู้ปกครอง (parent consent) เป็นต้น อย่างไรก็ดี ในช่วงก่อนปี 2012 กลับไม่มีหลักเกณฑ์และแนวทางการสมรสระหว่างบุคคลเพศเดียวกันโดยชอบด้วยกฎหมายอย่างชัดเชน