แมรี่ เลนนอกซ์เกิดในประเทศอินเดีย เธอเสียพ่อแม่ไปด้วยโรคอหิวาเมื่อเธออายุ 9 ปี แมรี่ไม่ได้คิดถึงแม่เท่าใดนัก เธอไม่ค่อยได้พบหรือพูดคุยกับแม่มากมายตอนนี้แม่ยังมีชีวิตอยู่
แม่ของแมรี่ไม่เคยต้องการที่จะมีลูก เธอเป็นคนสวยและสนใจเพียงแค่การไปงานเลี้ยงและพบปะผู้คน พ่อของเธอก็มีงานยุ่งอยู่เสมอ ดังนั้นเมื่อแมรี่เกิดมาคนที่คอยดูแลเธอคือเหล่าคนรับใช้ โดยแม่ของแมรี่ได้สั่งให้คนรับใช้ดูแลไม่ให้แมรี่ร้องไห้หรือส่งเสียง ดังนั้นแมรี่จึงได้ทุกอย่างที่ต้องการเสมอ เธอจึงกลายเป็นเด็กที่เห็นแก่ตัว
แมรี่เป็นเด็กดูไม่น่ารักเท่าใดนัก เธอมีโครงร่างและใบหน้าที่ซูบผอมและทำหน้าบึ้งตึงตลอดเวลา
แมรี่เป็นเด็กที่เห็นแก่ตัวมาก เธอคิดถึงแต่ตัวเอง ตอนนี้เธออยากจะรู้ว่าใครจะมาดูแลเธอแทนพ่อแม่ที่ตายไป เธอได้แต่หวังว่าพวกเขาจะให้เธอทำตามอย่างที่เธอต้องการ
ตอนแรกแมรี่ย้ายไปอาศัยอยู่กับครอบครัว คราวว์ฟอร์ดในอินเดีย แต่เธอก็ไม่ชอบที่นั่นสักเท่าใดเพราะไม่มีลูกๆของบ้านคราวว์ฟอร์ดคนไหนอยากจะเล่นกับเธอ หลังจากที่เธอไปอยู่ที่นั่นได้ราว 1 สัปดาห์ ลูกชายคนหนึ่งของครอบครัวคราวว์ฟอร์ดก็ได้มาบอกว่าเธอกำลังจะต้องย้ายกลับไปที่อังกฤษ
“เธอจะไปอาศัยอยู่กับลุงของเธอ” เด็กชายกล่าว “เขาอาศัยอยู่ในคฤหาสน์หลังโตในย่านชนบท เขาเป็นคนที่บึ้งตึงอยู่ตลอดเวลาและไม่เคยที่จะยอมพบใคร และก็ไม่มีใครอยากพบเขาเหมือนกัน เขาเป็นคนหลังค่อม และร้ายกาจมาก”
“ฉันไม่เชื่อนายหรอก” แมรี่กล่าวพร้อมกับหันหน้าหนีและเอานิ้วอุดหูไว้
แต่แล้วคืนนั้นเองคุณนายคราวว์ฟอร์ดได้บอกเวลาเธอกำลังจะต้องกลับไปอังกฤษในอีกไม่กี่วันนี้ เธอบอกว่าแมรี่จะไปอยู่กับคุณอาร์ชโบลด์ คราร์เวน ที่คฤหาสน์มิสเซลล์เวทท์ ในยอร์คเชีย
“แมรี่เป็นเด็กที่ไม่น่ารักเอาเสียเลย”คุณนายคราวว์ฟอร์ดกล่าวกับตัวเอง “ทั้งๆที่แม่ของเธอออกจากสวยและแสนดี บางทีถ้าแม่ของเธอใช้เวลาอยู่กับเธอมากกว่านี้อีกซักหน่อย เธออาจจะเป็นเด็กที่น่ารักกว่านี้ บางคนยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเธอมีลูกแล้ว”
เมื่อแมรี่มาถึงอังกฤษเธอได้พบกับผู้ดูแลบ้านของคุณคราร์เวนเธอชื่อว่า คุณเมดด์ลอกค์ เธอมารับแมรี่ที่ลอนดอนและพาขึ้นรถไฟไปยังยอร์คเชีย คุณเมดด์ลอกค์เป็นหญิงร่างใหญ่ เธอแก้มสีแดงปลั่ง และดวงตาสีดำคมเฉียบ เธอดูเป็นคนที่ไม่ค่อยจะมีน้ำอดน้ำทนและดูไม่ค่อยชอบเด็กๆสักเท่าไรนัก
แมรี่ไม่ชอบคุณเมดด์ลอกค์เลยสักนิด บนรถไฟแมรี่พยายามนั่งให้ห่างจากเธอมากที่สุดเท่าที่ทำได้ พร้อมกับมองออกไปนอกน่าต่างอย่างเบื่อหน่าย ชุดสีดำและผมอันยุ่งเหยิงของเธอยิ่งเท่าให้เธอดูแย่ยิ่งขึ้นกว่าปกติมากขึ้นไปอีก
“ฉันเพิ่งเคยเห็นเด็กที่ดูเอาแต่ใจขนาดนี้เป็นครั้งแรก” คุณเมดด์ลอกค์คิด
หลังเวลาผ่านไปสักครู่หนึ่ง เธอจึงเริ่มพูดกับแมรี่ด้วยน้ำเสียงอันเย็นชาว่า
“ฉันว่ามีเรื่องบางอย่างที่ควรบอกให้เธอรู้ไว้ก่อนจะดีกว่า” คุณเมดด์ลอกค์กล่าว เธอรอให้แมรี่ตอบกลับแต่ทว่าแมรี่ไม่ได้พูดอะไรออกมาเลย “มันเป็นสถานที่ที่ออกจะแปลกๆอยู่สักหน่อย”คุณเมดด์ลอกค์ว่าต่อ “มันเป็นคฤหาสน์หลังใหญ่โอ่โถงแต่ว่ามืดมนมาก ตัวบ้านสร้างขึ้นมากว่า 600 ปีแล้วมันตั้งอยู่บนยอดของมัวร์ มีห้องมากราวๆ 100 ห้องแต่ห้องส่วนมากก็ถูกปิดไว้ รอบๆบ้านมีสวนขนาดใหญ่ที่เต็มไปด้วยต้นไม้ แต่ก็ไม่มีอะไรอย่างอื่นเลย” คุณเมดด์ลอกค์หยุดพูดอย่างกะทันหัน
แมรี่เริ่มสนใจฟัง ทุกสิ่งฟังดูช่างแตกต่างกับที่อินเดีย เธอชอบสิ่งใหม่ๆ แต่เธอก็แสร้งทำเป็นว่าใม่สนใจต่อไป
“ฉันยังไม่แน่ใจว่าทำไมเธอถึงได้ไปอยู่ที่นั่น” คุณเมดด์ลอกค์พูดต่ออีกครั้ง “คุณคราร์เวนคงจะไม่ได้อยู่ดูแลเธอหรอก เขาเป็นคนที่ไม่ค่อยสนใจคนอื่นสักเท่าไร เขาเป็นคนหลังค่อมซึ่งนั่นทำให้เขากลายเป็นคนทืมืดมนจนกระทั่งเขาได้แต่งงาน”
แมรี่เงยหน้าขึ้น เธอเพิ่งทราบว่าคุณคราร์เวนแต่งงานแล้ว เธอประหลาดใจมาก คุณเมดด์ลอกค์เห็นแมรี่มีท่าทีสนใจจึงเล่าต่อว่า
“ภรรยาของเขาเป็นคนที่อ่อนหวานใจดีและสวยมาก เขายอมทำทุกอย่างได้เพื่อเธอ ผู้คนชอบพูดว่าเธอแต่งงานกับเขาเพราะหวังจะฮุบสมบัติ แต่นั่นไม่จริงเลยสักนิด ตอนนี้เธอเสียไปแล้วและนั่นทำให้คุณคราร์เวนอาการแย่ลงกว่าเดิม เขาเลิกสนใจโลกภายนอก เขาออกไปข้างนอกบ่อยมากและเวลาที่กลับมาก็เอาแต่ขังตัวเองไว้ในห้อง เธอคงจะไม่ได้พบเขาหรอกและคงไม่มีใครคุยกับเธอ เธอต้องหาอะไรเล่นคนเดียวเอสไว้ฉันจะบอกนะว่าห้องไหนเข้าได้หรือไม่ได้ แต่ห้ามเธอเดินเพ่นพ่านไปเองเด็ดขาด เพราะนั่นจะทำให้คุณคราร์เวนไม่พอใจ”
เรื่องที่คุณเมดด์ลอกค์เล่าไม่ทำให้แมรี่รู้สึกดีสักนิด บ้านที่มีห้องเป็นร้อย แต่ปิดไว้เกือบทั้งหมด ชายหลังค่อมซึ่งขังตัวเองไว้ในห้อง!! เธอจ้องออกไปนอกหน้าต่างและนั่นยิ่วงทำให้เธอรู้สึกแย่ลงไปอีก เพราะฝนตั้งท่าจะตกแล้ว เธอมองดูท้องฟ้าค่อยๆมืดขึ้นเรื่อยๆก่นจะเคลิ้มหลับไป
แมรี่ตื่นขึ้นมา 1 ครั้งและเห็นคุณเมดด์ลอกค์กกำลังทานอาหารอยู่ แต่ก็ผล็อยหลับไปอีก เมื่อรู้สึกตัวอีกทีรถไฟก็เข้าเทียบสถานีเรียบร้อยแล้วและคุณเมดด์ลอกค์กำลังเขย่าตัวเธอให้ตื่นอยู่
“ตื่นได้แล้ว!”เธอพูด “เราถึงที่หมายแล้ว”
แมรี่มองคุณเมดด์ลอกค์รวบรวมสัมภาระของพวกเธอ เธอไม่ได้ช่วยเพราะเธอไม่แคยช่วยเหลือผู้อื่นเลย ในอินเดียคนรับใช้ของเธอทำทุกอย่างให้เธอหมด จากนั้นแมรี่จึงตามคุณเมดด์ลอกค์ออกไปนอกสถานีและขึ้นรถม้าที่จอดรออยู่ไป ตอนนี้เธอรู้สึกสงสัยว่าที่หมายของเธออยู่แห่งใด
“มัวร์คืออะไรค่ะ?” แมรี่ถามขึ้นมาอย่างกะทันหัน
“ลองมองไปนอกหน้าต่างดูสิ” คุณเมดด์ลอกค์ตอบ
แมรี่มองออกไปข้างนอก พวกเธอกำลังอยู่บนถนนลูกรัง ที่เสองข้างทางเต็มไปด้วยกอหญ้าและพืชต้นเล็กๆ ไกลออกไปเธอมองเห็นเพียงแต่ความมืดมิดอยู่รอบๆ ลมพัดก่อให้เกิดเสียง