เอ็ดเวิร์ดเป็นเด็กที่ซื่อบื้อและเป็นคนเงียบๆ ซึ่งเขาได้ย้ายโรงเรียนเพื่อมาอยู่ใกล้ๆที่ทำงานใหม่ของพ่อเขา เขาจึงเป็นนักเรียนใหม่สำหรับโรงเรียนแห่งนี้ เอ็ดเวิร์ดได้ไปทำความรู้จักกับกลุ่มเด็กเกเรโดยบังเอิญ
“เราอยากเป็นเพื่อนกับพวกนาย”
เด็กชายคนหนึ่งจึงบอกเขาว่า “ถ้าอยากเป็นเพื่อนกับพวกเรา นายลองไปนับดาวบนท้องฟ้ามาซิ ว่ามีกี่ดวง”
ในคืนนั้นเอง
“หนึ่ง สอง สาม สี่... หนึ่งล้านยี่สิบสอง หนึ่งล้านยี่สิบสาม... เฮ้อ!! เยอะจังเลย ”
แต่คนซื่อบื้ออย่างเขาก็ยังดื้อดึงนับดาวต่อไป และเกิดความสงสับว่า นักดาราศาสตร์รู้ได้อย่างไรว่าในท้องฟ้ามีดาวทั้งหมดกี่ดวง
“มันคล้ายๆกันหมดนี่นา”
ในทุกๆคืน เขาจึงเฝ้าถามพ่อของเขาว่า “ดวงดาวบนท้องฟ้า มีกี่ดวงกันแน่” อยู่มาวันหนึ่ง พ่อของเขาเกิดความรำคาญ จึงตอบไปว่า
“มีหนึ่งแสนดวง”
เมื่อได้ฟังดังนั้น เขาจึงกระโดดตัวลอย และหัวเราะด้วยความพอใจ
“ฮ่าๆๆๆ สำเร็จแล้ว ที่แท้ดวงดาวในท้องฟ้าก็มีแค่หนึ่งแสนดวงเท่านั้นเอง”
เมื่อเขาไปโรงเรียน จึงนำเรื่องนี้ไปบอกกับกลุ่มเด็กเกเรพวกนั้น พวกเขาต่างพากันหัวเราะ และไม่เชื่อในสิ่งที่เขาพูด
“ในจักรวาลที่กว้างใหญ่ จะมีดวงดาวเพียงแค่หนึ่งแสนดวงได้อย่างไร นายไปเอามาจากไหนเนี่ย”
เพื่อนๆต่างมองเขาด้วยสายตาดูถูกดูแคลน เขาจึงเสียใจเป็นอย่างมาก
หลังจากนั้น ไม่ว่าเขาจะพูดเรื่องอะไร เพื่อนๆมากจะหัวเราะเยาะเขา และมองว่าเป็นเรื่องตลก และเขามักจะถูกเพื่อนๆแกล้งอยู่เสมอ เขารู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจที่ไม่สามารถต่อสู้หรือปกป้องตนเองได้ เขาจึงตัดสินใจไปขอความช่วยเหลือจากครูพละ
“คุณครูครับ ผมรู้สึกว่าตนเองอ่อนแอเกินไป ผมต้องทำยังไงถึงจะแข็งแรงเหมือนคุณครูครับ”
ครูที่ดูท่าทางขึงขัง ก็พาเขาไปที่แม่น้ำโดยไม่พูดอะไรเลย แล้วสั่งให้เขานั่งลงและจ้องมองลงไปในน้ำ เขาทำตามทันที
ทันใดนั้น ครูก็จับศีรษะเขากดลงน้ำจนเขาสำลัก เขาพยายามต่อสู้ดิ้นรนเพื่อให้ตนเองหลุดรอด จนในที่สุดเขาก็ทำสำเร็จ ครูล้มลงไป ส่วนเขาเป็นอิสระ คุณครูก็พูดขึ้นว่า
“ไหนเธอบอกว่าตนเองอ่อนแอไม่ใช่หรอ”
เขาจึงคิดได้ว่า ถ้าขาดความพยายามและความตั้งใจจริง ย่อมไม่อาจแสดงพลังความสามรถนั้นออกมาได้ แต่ถ้าเรามีจิตใจแน่วแน่ ย่อมทำสิ่งต่างๆได้สำเร็จ หลังจากนั้น ครูพละก็ได้ให้คำปรึกษาเขามาตลอด เขาจึงเปลี่ยนแปลงตนเอง จนกลายเป็นดอกเตอร์ผู้โด่งดัง