มะเร็งปากมดลูกเป็นเรื่องใกล้ตัวสำหรับผู้หญิงมาก มะเร็งปากมดลูกนั้นส่วนมากพบในช่วงอายุ 35-40 ปี ส่วนมากก็จะพบในกลุ่มที่แต่งงานแล้วหรือคนที่มีเพศสัมพันธ์ มะเร็งปากมดลูกผู้หญิงส่วนมากจะมีอาการที่ปล่อยมากแล้วจึงค่อยมาตรวจกับแพทย์ซึ่งมะเร็งปากมดลูกที่มีอาการระยะสุดท้ายจะค่อนข้างรักษายุ่งยากและทรมานซึ่งต่างจากระยะแรกๆ จะรักษาได้ผลดีและมีชีวิตที่ยืนยาว
สาเหตุการเกิดมะเร็งปากมดลูกนั้นมะเร็งปากมดลูกเกิดจากบริเวณตั้งอยู่ตรงส่วนในสุดของช่องคลอด แต่เป็นส่วนที่อยู่ล่างสุดหรือปลายสุดของตัวมดลูก มีการเปลี่ยนแปลงแล้วกลายพันธ์อย่างช้าๆจนเกิดเป็นก้อนมะเร็งแล้วลุกลาม
มะเร็งปากมดลูกมี 2 ชนิด คือ
1.มะเร็งปากมดลูกชนิดเยื่อบุพื้นผิว สาเหตุของการเกิดมะเร็งชนิดนี้มีความสัมพันธ์กับการติดเชื้อไวรัสชนิดหนึ่งที่มีชื่อว่า human papilloma virus (HPV) ซึ่งเป็นไวรัสในตระกูลเดียวกันที่ทำให้เกิดโรคหูดและหงอนไก่ แต่เป็นคนละสายพันธุ์ย่อย ไวรัสชนิดนี้ติดต่อโดยทางเพศสัมพันธ์ ผู้หญิงที่จะเป็นมะเร็งชนิดนี้จะมีประวัติการแต่งงานหรือมีเพศสัมพันธ์แล้วติดเชื้อไวรัสดังกล่าวจากคู่สัมพันธ์โดยไม่รู้ตัว
2.มะเร็งปากมดลูกชนิดต่อมเมือก มะเร็งชนิดนี้พบได้ค่อนข้างน้อย สาเหตุของการเกิดมะเร็งชนิดนี้ยังไม่ทราบ จะพบในหญิงอายุน้อย (ประมาณ ๓๐ ปี) และพบในคนที่ไม่ได้แต่งงาน
อาการ ระยะแรกเริ่มจะไม่มีอาการผิดปกติใดๆ ให้สังเกตเห็น แต่เมื่อมะเร็งลุกลามมากขึ้น จะพบว่ามีอาการเลือดออกจากช่องคลอด (บางครั้งคิดว่ามีประจำเดือนออกมาก หรือกะปริดกะปรอย) หรือสังเกตเห็นมีเลือดออกเวลามีเพศสัมพันธ์ บางคนอาจมีอาการตกขาวมีกลิ่นเหม็น หรือมีตกขาวปริมาณมาก หรือมีเลือดปน ผู้ที่อยู่ในวัยหมดประจำเดือน อาจสังเกตว่าหลังหมดประจำเดือนนาน ๖ เดือน หรือเป็นปี กลับมีเลือดประจำเดือนมาใหม่ และออกมากและนานผิดปกติ
แพทย์จะแบ่งระยะของมะเร็งออกเป็น ๔ ระยะได้แก่
๑. ระยะที่ ๑ เซลล์มะเร็งจำกัดอยู่เฉพาะในบริเวณปากมดลูก
๒. ระยะที่ ๒ เซลล์มะเร็งลุกลามไปบริเวณโดยรอบ เช่น ช่องคลอดส่วนบน, เนื้อเยื่อที่อยู่ติดกับปากมดลูก
๓. ระยะที่ ๓ เซลล์มะเร็งแพร่ไปยังเนื้อเยื่อข้างเคียง เช่น ช่องคลอดส่วนล่าง ต่อมน้ำเหลือง เนื้อเยื่อภายในอุ้งเชิงกราน
๔. ระยะที่ ๔ เซลล์มะเร็งแพร่กระจายไปยังกระเพาะปัสสาวะ ลำไส้ หรือออกนอกอุ้งเชิงกราน รวมทั้งปอด ตับ กระดูก
การแบ่งระยะของมะเร็งจะช่วยกำหนดวิธีการรักษาและพยากรณ์ผลการรักษา
การดูแลตนเอง
หากตรวจพบว่าเป็นมะเร็งปากมดลูก ควรปฏิบัติตัวดังนี้
(๑) ติดตามรักษากับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญอย่างจริงจังและต่อเนื่องตามนัด อย่าหนีหมอ หนีโรงพยาบาล
(๒) ปฏิบัติตัวตามคำแนะนำของแพทย์
(๓) ควรหาทางเสริมสร้างกำลังใจด้วยการยอมรับความจริง, ทำใจให้อยู่กับปัจจุบัน และใช้เวลาปัจจุบันให้มีคุณค่ามากที่สุด หาเวลาว่างทำกิจกรรมหรืองานอดิเรกที่ชอบ, หมั่นออกกำลังกายเป็นประจำ, ทำสมาธิ เจริญสติ
(๔) อย่าลองรักษาตามวิธีที่ยังไม่ได้ผ่านการพิสูจน์ว่าได้ผลจริง หรือทำตามคำเล่าลือ ควรยึดวิธีการรักษาตามแผนปัจจุบันเป็นหลัก ส่วนจะใช้วิธีการรักษาแบบการแพทย์ทางเลือก เช่น โยคะ รำมวยจีน
การรักษา
แพทย์จะให้การดูแลรักษาตามลักษณะ และระยะของโรคที่ตรวจพบ ถ้าตรวจแพ็ปสเมียร์พบว่าเป็นเพียงเซลล์เยื่อบุปากมดลูกผิดปกติ ซึ่งยังไม่เป็นมะเร็ง แต่หากปล่อยไว้อาจกลายเป็นมะเร็ง (เรียกว่า "ระยะก่อนเป็นมะเร็ง") แพทย์อาจทำการตัดชิ้นเนื้อบริเวณปากมดลูกออกไป และนัดตรวจเป็นระยะๆ ถ้าตรวจพบมะเร็งปากมดลูกระยะแรกเริ่ม ก็จะรักษาโดยวิธีผ่าตัด ถ้ามะเร็งจำกัดเฉพาะปากมดลูก อาจจะตัดเฉพาะบริเวณปากมดลูก แต่ถ้ามะเร็งแพร่กระจายมาก อาจจะตัดมดลูก รังไข่ ท่อรังไข่ และต่อมน้ำเหลืองใกล้เคียง และอาจจำเป็นต้องให้การรักษาทางรังสีบำบัด และเคมีบำบัดร่วมด้วย รังสีบำบัด (ชาวบ้านเรียกว่า "การฉายแสง")
การป้องกัน นอกจากเสริมสร้างภูมิต้านทานโรคด้วยการออกกำลังกาย และกินอาหารสุขภาพแล้วควรปฏิบัติตัว ดังนี้
๑. ไม่สูบบุหรี่
๒. มีเพศสัมพันธ์ที่ปลอดภัย เช่น ใช้ถุงยางอนามัยป้องกันการติดเชื้อทางเพศสัมพันธ์
๓. ตรวจ "แพ็ปสเมียร์" เป็นประจำ