ประวัติกีฬาตะกร้อ กีฬาเซปักตะกร้อ
การแข่งขันตะกร้อตะกร้อ เป็นการละเล่นของไทยมาแต่โบราณ แต่ไม่มีหลักฐานแน่นอนว่ามีมาตั้งแต่สมัยใด แต่คาดว่าราว ๆ ต้นกรุงรัตนโกสินทร์ และมีประเทศอื่นที่ใกล้เคียงก็มีการเล่นตะกร้อ
กีฬาตะกร้อ เป็นการกำเนิดมาจากการ ที่คนในสมัยก่อน ออกไปทำศึกสู้รบกัน มีการตั้งค่ายหรือฐานที่ตั้ง เลยหากิจกรรมทำในยามว่าง เป็นการนันทนาการ โดยใช้หวายที่มีอยู่ตามในป่า มาทำให้เกิดประโชยน์
การเตะตะกร้อเป็นการเล่นที่ผู้เล่นได้ออก กำลังกายทุกสัดส่วน ฝึกความว่องไว ความสังเกต มีไหวพริบ ทำให้มีบุคลิกภาพดี มีความสง่างาม และการเล่นตะกร้อนับได้ว่าเป็นเอกลักษณ์ของไทยอย่างหนึ่ง
ความหมาย คำว่าตะกร้อ ตามพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตสถาน พ . ศ . 2525ได้ให้คำจำกัดความเอาไว้ว่า ”ลูกกลมสานด้วยหวายเป็นตา สำหรับเตะ “
ประเภทของกีฬาตะกร้อ
- ตะกร้อข้ามตาข่าย(เซปักตะกร้อ)
– ตะกร้อลอดบ่วง –
ตะกร้อพลิกแพลงเป็นต้น
ลูกตะกร้อ มี 12 รู 24 จุดตัด สมัยก่อน ทำจาก หวาย ปัจจุบันมีการพัฒนา ทำจากพลาสติก
การเล่นตะกร้อ เป็นการใช้เท้าเป็นหลัก มีลูกข้างเท้าด้านใน หลังเท้า ใช้หน้าขา ใช้ศรีษะ ในการเล่นเพื่อออกกำลังกาย ส่วนใหญจะนิยมเล่นกันเป็นตะกร้อวง คือ ยืนล้อเป็นวงกลม ช่วยกันเล่นไม่ให้ลูกตกพื้น
แต่เซปักตะกร้อแบ่ง ตำแหน่งของผู้เล่น มี 3 ตำแหน่งคือ
2.1 หลัง ( Back ) เป็นผู้เตะตะกร้อจากวงกลม
2.2 หน้าซ้าย
2.3 หน้าขวา
เป้าหมายในการเล่นคือ การทำให้ได้คะแนนโดยการทำให้ลูกตกลงในพื้นที่ของฝ่ายตรงข้าม