บัญญัติการถือศีลอดในเดือนเราะมะฎอน ได้ถูกประทานลงมาในเดือนซะอ์บาน คือเดือนที่ 8 ของศักราชอิสลาม หลังจากที่ท่านศาสดาได้อพยบจากนครมักกะฮ์ไปอยู่ที่นครมะดีนะฮ์ได้ 2 ปี (ในฮิจเราะฮ์ที่ 2)และได้ถือปฏิบัติกันมาจนตราบเท่าทุกันนี้ขาดสาย
(มุสัลมาน อะหมัด,2523:23)
เปรียบเทียบอุโบสถศีลในพระพุทธศาสนากับศีลอดในศาสนาอิสลาม
ในบทนี้ จะได้เปรียบเทียบเรื่องอุโบสถศีลในพระพุทธศาสนาและศีลอดในศาสนาอิสลามเพื่อจะได้ทราบข้อเหมือนกันและแตกต่างกัน ตลอดถึงจะได้ทราบเนื้อหาเกี่ยวกับเรื่องทั้งสองได้ชัดเจนขึ้น ซึ่งมีประเด็นที่นำมาเปรียบเทียบ ดังนี้
เปรียบเทียบความหมายของอุโบสถศีลกับศีลอด
อุโบสถศีล หรือเรียกอีกอย่างว่าศีลอุโบสถในพระพุทธศาสนานั้น หมายถึงการเข้าอยู่จำหรือการกำหนดใจไว้ด้วยการรักษาศีล ซึ่งการอยู่จำนี้ต้องมีการเตรียมเนื้อเตรียมตัวโดยความตั้งใจที่จะอยู่รักษาโดยการรักษาศีล 8 ประการ มีการอดอาหารเป็นเรื่องสำคัญ เพื่อที่จะงดเว้นจากความชั่วต่างๆ และเป็นการลด ละ เลิก ที่จะยกตนจากกิเลสที่ทำให้ใจเศร้าหมองต่างๆ การปฏิบัติต้องกระทำอย่างเคร่งครัดตามวันเวลาที่กำหนดไว้อย่างแน่นอน ฉะนั้น อุโบสถศีล จึงหมายเอาศีล 8 ประการที่พุทธศาสนิกชนผู้เป็นอุบาสกอุบาสิกา ต้องรักษาในวันพระขึ้นและแรม 8 ค่ำ และ 15 ค่ำ หรือ 14 ค่ำ ในบางเดือน
ส่วนศีลอดในศาสนาอิสลามนั้น มีความหมายคล้ายกับอุโบสถศีลในพระพุทธศาสนา โดยที่เป็นข้อปฏิบัติสำหรับงดเว้นจากสิ่งใดสิ่งหนึ่ง ตั้งแต่การกิน การดื่ม การมีเพศสัมพันธ์ การพูดเท็จ พูดคำหยาบ การส่งเสียงอึกทึก ตลอดถึงการรักษาอวัยวะทุกส่วนให้พ้นจากความชั่ว รวมทั้งการละเว้นจากอบายมุขทุกชนิด การถือศีลอดนี้ ต้องมีการกำหนดช่วงเวลาที่แน่นอนเช่นเดียวกับอุโบสถศ๊ล โดยผู้ถือศีลอดต้องเว้นจากสิ่งต้องห้ามต่างๆ ตั้งแต่เวลาดวงอาทิตย์ขึ้นจนถึงดวงอาทิตย์ตก ในเดือนเราะมะฎอน คือ เดือน 9 ตามปฏิทินจันทรคติอิสลาม การถือศีลอดนี้ ก็เพื่อเป็นการงดที่จะไม่ตอบสนองความต้องการของท้องและอวัยวะเพศ ซึ่งเป็นการสำรวมตนจากความชั่วต่างๆ ด้วยความยำเกรงต่อพระผู้เป็นเจ้า
จะเห็นได้ว่าระหว่างอุโบสถศีลและศีลอด หมายถึงข้อปฏิบัติเพื่อให้เกิดความสำรวมระมัดระวังจากการทำความชั่วทั้งปวงเหมือนกัน