ทุ่งกุลาร้องไห้
ทุ่งกุลาร้องไห้เป็นทุ่งกว้างใหญ่ของภาคอีสาน มีเนื้อที่ติดต่อหลายจังหวัด
ได้แก่ มหาสารคาม ร้อยเอ็ด บุรีรัมย์ และสุรินทร์ สมัยก่อนมีชาวไทยใหญ่ที่ชอบเดินทาง
มาค้าขายระหว่างภาคกลาง และหัวเมืองภาคอีสาน ชาวอีสานเรียกคนกลุ่มนี้ว่า ?กุลผา?
หรือ ?กุลา?
นิทานเรื่องนี้มีเล่าอยู่หลายรูปแบบ ฉบับที่คัดลอกมานี้ นำมาจากหนังสือ ?๕๐ นิทาน
ไทย? โดย ธนากิต และหนังสือ ?นิทานพื้นบ้าน? โดย ธวัช ปุณโณทก
ครั้งหนึ่งนานมาแล้ว พ่อค้าชาวเผ่ากุลาคนหนึ่งมีอาชีพนำสินค้าเดินทางไปค้า
ขายตามหมู่บ้านต่างๆ ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือหรือภาคอีสาน สินค้าที่นำมาค้าส่วน
ใหญ่เป็นพวกเครื่องประดับและของใช้เล็กๆ น้อยๆ โดยเดินทางค้าขายเร่ร่อนไปเรื่อยๆ ค่ำ
ไหนก็นอนนั้น ครั้นรุ่งเช้าก็หาบของไปขายยังหมู่บ้านที่อยู่ใกล้เคียงต่อไป
วันหนึ่งพ่อค้าชาวกุลาเดินทางเข้าไปขายของในหมู่บ้าน ซึ่งตั้งอยู่ชายท้องทุ่งอันกว้าง
ใหญ่ เขาได้รับคำแนะนำจากชาวบ้านว่า หมู่บ้านถัดไปนั้นอยู่ไกลมาก ต้องเดินทางข้าม
ท้องทุ่งอันแห้งแล้ง ควรจัดเตรียมเสบียงอาหารไปให้พร้อม แต่พ่อค้าชาวกุลากลับคิดว่า
ตนเองก็เดินทางเร่รอนค้าขายมาเป็นเวลาหลายปี ทำให้สามารถเดินได้เร็วและทน คาดว่า
คงจะเดินผ่านท้องทุ่งข้างหน้าไปถึงหมู่บ้านได้ในเวลาเพียงครึ่งวันเท่านั้น ไม่จำเป็นต้อง
จัดเตรียมอาหารและน้ำให้มากกว่าทุกคราวแต่อย่างใด
ครั้นได้เวลา พ่อค้าชาวกุลาก็หาบของเดินชมนกชมไม้ไปอย่างเพลิดเพลิน ท้องทุ่งแห่งนี้
เป็นดินปนทราย มีหญ้าต่างๆ ขึ้นอยู่หลายชนิด โดยเฉพาะหญ้าที่ชาวบ้านเรียกว่าหญ้า
หวายนั้นมีขึ้นอยู่ทั่วไป บางแห่งก็สูงแค่หัวเข่า บางแห่งก็สูงถึงสะเอว นอกจากนี้ก็มีต้นไม้
เล็กๆ ขึ้นสลับ แต่ไม่มีต้นไม้ใหญ่สูงๆ เลยแม้แต่ต้นเดียว
ครั้นถึงเวลาสายแดดส่องแสงร้อนแผดกล้าขึ้นทุกทีๆ อากาศอบอ้าวจนรู้สึกหน้ามืดจะเป็น
ลม พ่อค้า ชาวกุลามองไปข้างหน้าเห็นแต่ท้องทุ่งแห้งแล้งไกลสุดสายตา เห็นทีจะไม่
สามารถเดินทางถึงหมู่บ้านได้แน่ เพราะเหน็ดเหนื่อยเมื่อยล้าเหลือกำลัง น้ำที่เตรียมมา
เพียงเล็กน้อยก็หมดไปแล้ว นึกเจ็บใจตัวเองที่ไม่เชื่อคำเตือนของชาวบ้าน เห็นสุดปัญญา
ที่จะไปถึงจุดหมายได้ พ่อค้าชาวกุลาจึงนั่งลงกอดเข่าร้องไห้ ไม่นานนักก็มีชาวบ้านผ่าน
มาพบเข้า สอบถามได้ความว่าพ่อค้าชาวกุลาจะเดินทางนำสินค้าไปขายในหมู่บ้าน จึงช่วย
พยุงมาด้วยแล้วจัดหาข้าวปลาอาหารมาให้กินจนเป็นที่อิ่มหนำสำราญ ชาวบ้านคนอื่นๆ ได้
ข่าวก็มาเยี่ยมเยียนไต่ถามสารทุกข์สุกดิบด้วยความมีน้ำใจตามประสาคนพื้นเมือง พ่อค้า
ได้เล่าเรื่องการเดินทางข้ามท้องทุ่งอันสุดแสนกันดารจนตัวเองต้องนั่งกอดเข่าร้องไห้ให้
ฟัง ตั้งแต่นั้นมาชาวบ้านต่างเรียกท้องทุ่งแห่งนี้ว่า ทุ่งกุลาร้องไห้