บทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาผลของการใช้ เรื่องเล่าประกอบเต๋าคำในการส่งเสริมความสามารถทางด้านการฟังและพูดในเด็กวัย 5-6 ปี กลุ่มตัวอย่างเป็นเด็กวัยก่อนเรียน อายุ 5-6 ปี โรงเรียนบ้านทุ่งเงิน ตำบลบ้านตูม อำเภอนาจะหลวย จังหวัดอุบลราชธานี จานวน 12 คน ที่มีพัฒนาการด้านภาษาล่าช้าจากการประเมินด้วยแบบประเมิน Denver II
เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้ มีดังนี้ 1) เรื่องเล่าประกอบเต๋าคำ 2) เต๋าคำ 3) คู่มือการใช้เรื่องเล่าประกอบเต๋าคำ 4) แบบประเมินความสามารถในการพูดและการฟัง 5) แบบประเมินความพึงพอใจของครูและผู้ปกครอง และ 6) แบบทดสอบพัฒนาการ Denver II (Frankenburgetal,1992)
ดำเนินการวิจัยโดย 1) ติดต่อประสานงานกับผู้อำนวยการโรงพยาบาลส่งเสริมคุณภาพ 2) เก็บข้อมูลประเมินพัฒนาการด้านการฟังและการพูดของกลุ่มตัวอย่างโดยใช้แบบประเมิน Denver II 3) สร้างเครื่องมือในการวิจัย 4) คณะผู้ทำวิจัยดำเนินการส่งเสริมพัฒนาการโดยให้กลุ่มตัวอย่างปฏิบัติกิจกรรมต่างๆ ตามขั้นตอนการจัดการเรียนรู้โดยใช้เรื่องเล่าประกอบเต๋าคำและเก็บรวบรวมข้อมูลโดยการทำ Pre-Post test โดยผู้วิจัยเป็นผู้ประเมินทักษะการพูดและการฟังของกลุ่มตัวอย่างขณะได้รับการส่งเสริมพัฒนาการด้านการฟังและพูดโดยใช้เรื่องเล่าประกอบเต๋าคำ วิเคราะห์ข้อมูลโดย เปรียบเทียบความแตกต่างของคะแนน Pre-test กับ Post-test ครั้งที่ 1 และเปรียบเทียบกับคะแนน Post-test ครั้งต่อไป โดยใช้สถิติค่าเฉลี่ย (Mean) ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (Standard deviation) และการวิเคราะห์ความแปรปรวนทางเดียวแบบวัดซ้ำ (One-way repeated measure ANOVA)
ผลวิจัยสรุปได้ดังนี้
1. คะแนนเฉลี่ยโดยรวมของความสามารถในการฟังและพูดเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01 ดังนั้นกลุ่มตัวอย่างที่ได้รับการส่งเสริมพัฒนาการด้านการฟังและการพูดโดยใช้เรื่องเล่าประกอบเต๋าคำ มีพัฒนาการทางด้านการฟังและพูด มีผลคะแนนค่าเฉลี่ยโดยรวมเพิ่มขึ้นจาก Pre-test ที่มีคะแนนเฉลี่ยโดยรวม = 2.33 คะแนน
2. post-testมีคะแนนเฉลี่ยโดยรวม 2.75, 2.94, 3.49, 3.95, 4.23,และ 4.39 ดามลำดับ
3. ผลการประเมินความพึงพอใจของผู้ปกครองพบว่ามีความพึงพอใจในระดับมากค่าเฉลี่ยรวม = 4.45
การศึกษาครั้งนี้มีข้อเสนอแนะว่า ควรมีการศึกษาและทำวิจัยทักษะด้านอื่นเพิ่มขึ้น เช่น ทักษะการอ่านและการเขียน และทำการวิจัยกับกลุ่มตัวอย่างที่จำนวนมากขึ้น เพื่อที่จะได้ข้อมูลที่หลากหลาย สามารถนำไปใช้กับเด็ก 5-6 ปี ได้ทุกประเภท
5-6 ปีกลุ่มตัวอย่างเป็นเด็กวัยก่อนเรียนอายุ 5-6 ปีโรงเรียนบ้านทุ่งเงินตำบลบ้านตูมอำเภอนาจะหลวยจังหวัดอุบลราชธานีจานวน 12 คน เดนเวอร์ มีดังนี้ 1) เรื่องเล่าประกอบเต๋าคำ 2) เต๋าคำ 3) 4) 5) และ 6) แบบทดสอบพัฒนาการเดนเวอร์ II (Frankenburgetal, 1992) ดำเนินการวิจัยโดย 1) 2) เดนเวอร์ครั้งที่ 3) สร้างเครื่องมือในการวิจัย 4) ตรวจสอบก่อนการโพสต์ วิเคราะห์ข้อมูลโดยเปรียบเทียบความแตกต่างของคะแนนการทดสอบ Pre-กับโพสต์การทดสอบครั้งที่ 1 และเปรียบเทียบกับคะแนนโพสต์การทดสอบครั้งต่อไปโดยใช้สถิติค่าเฉลี่ย (Mean) ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน) (หนึ่งทางวัดซ้ำ ANOVA) ผลวิจัยสรุปได้ดังนี้1 0.01 มีพัฒนาการทางด้านการฟังและพูด ทดสอบก่อนที่มีคะแนนเฉลี่ยโดยรวม = 2.33 คะแนน2 หลังการทดสอบมีคะแนนเฉลี่ยโดยรวม 2.75, 2.94, 3.49, 3.95, 4.23, 4.39 และดามลำดับ3 = 4.45 การศึกษาครั้งนี้มีข้อเสนอแนะว่า เช่นทักษะการอ่านและการเขียน เพื่อที่จะได้ข้อมูลที่หลากหลายสามารถนำไปใช้กับเด็ก 5-6 ปีได้ทุกประเภท
การแปล กรุณารอสักครู่..

บทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาผลของการใช้เรื่องเล่าประกอบเต๋าคำในการส่งเสริมความสามารถทางด้านการฟังและพูดในเด็กวัย 5-6 . . โรงเรียนบ้านทุ่งเงิน 5-6 กลุ่มตัวอย่างเป็นเด็กวัยก่อนเรียน Place of Birthอำเภอนาจะหลวยจังหวัดอุบลราชธานีจานวน 12 คนที่มีพัฒนาการด้านภาษาล่าช้าจากการประเมินด้วยแบบประเมิน Denver II
เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้มีดังนี้เรื่องเล่าประกอบเต๋าคำ 1 ) 2 ) 3 ) 4 ) เต๋าคำคู่มือการใช้เรื่องเล่าประกอบเต๋าคำแบบประเมินความสามารถในการพูดและการฟัง 5 ) แบบประเมินความพึงพอใจของครูและผู้ปกครองและ 6 )( frankenburgetal Denver II ,1992 )
ดำเนินการวิจัยโดยติดต่อประสานงานกับผู้อำนวยการโรงพยาบาลส่งเสริมคุณภาพ 1 ) 2 ) 3 ) 4 เก็บข้อมูลประเมินพัฒนาการด้านการฟังและการพูดของกลุ่มตัวอย่างโดยใช้แบบประเมิน Denver II สร้างเครื่องมือในการวิจัย )ทดสอบโพสต์ตามขั้นตอนการจัดการเรียนรู้โดยใช้เรื่องเล่าประกอบเต๋าคำและเก็บรวบรวมข้อมูลโดยการทำก่อนวิเคราะห์ข้อมูลโดยเปรียบเทียบความแตกต่างของคะแนนทดสอบก่อนกับโพสต์ทดสอบครั้งที่ 1 และเปรียบเทียบกับคะแนนโพสต์ทดสอบครั้งต่อไปโดยใช้สถิติค่าเฉลี่ย ( หมายถึง ) ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ( ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน )( ทางเดียวชนิดวัดซ้ำ ( )
ผลวิจัยสรุปได้ดังนี้
1 คะแนนเฉลี่ยโดยรวมของความสามารถในการฟังและพูดเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01 ดังนั้นกลุ่มตัวอย่างที่ได้รับการส่งเสริมพัฒนาการด้านการฟังและการพูดโดยใช้เรื่องเล่าประกอบเต๋าคำมีพัฒนาการทางด้านการฟังและพูดมีผลคะแนนค่าเฉลี่ยโดยรวมเพิ่มขึ้นจากทดสอบก่อนที่มีคะแนนเฉลี่ยโดยรวม = 2.33 คะแนน
2 . โพสต์ทดสอบมีคะแนนเฉลี่ยโดยรวม 2.75 , 2.94 , 3.49 , 3.95 - , และ 4.39 , ดามลำดับ
3 ผลการประเมินความพึงพอใจของผู้ปกครองพบว่ามีความพึงพอใจในระดับมากค่าเฉลี่ยรวม = 4.45
การศึกษาครั้งนี้มีข้อเสนอแนะว่าควรมีการศึกษาและทำวิจัยทักษะด้านอื่นเพิ่มขึ้นเช่นทักษะการอ่านและการเขียนและทำการวิจัยกับกลุ่มตัวอย่างที่จำนวนมากขึ้นเพื่อที่จะได้ข้อมูลที่หลากหลาย5-6 ได้ทุกประเภท
.
การแปล กรุณารอสักครู่..
