หนังใหญ่ เป็นศิลปะการแสดงที่เก่าแก่ชนิดหนึ่ง ของไทย เป็นการแสดงที่ใช้ตัวหนังขนาดใหญ่เป็นตัวละคร โดยมีผู้เชิดให้เกิดเงาบนจอ และใช้การพากย์ การเจรจา เป็นการดำเนินเรื่อง หลักฐานที่กล่าวถึงหนังใหญ่ที่เก่าแก่ ที่สุดอยู่ในกฎมณเฑียรบาลสมัยสมเด็จพระบรมไตรโลกนาถ แห่งกรุงศรีอยุธยา หนังใหญ่ได้รับการยกย่องว่าเป็น มหรสพชั้นสูง ใช้แสดงในงานพระราชพิธีและงานสำคัญของ แผ่นดิน
องค์ประกอบสำคัญในการแสดงหนังใหญ่ ได้แก่
๑. ตัวหนัง ทำจากแผ่นหนังวัวแห้งขนาดใหญ่ แกะสลัก ฉลุลวดลายสวยงามเป็นตัวละครต่างๆ ตรึง แผ่นหนังด้วยก้านไม้ เคลื่อนไหวโดยการเชิดผ่านแสง ทาบเงาลงบนจอ
๒. จอหนัง ขึงจอ ด้วยผ้าขาวในแนวสูงและ กว้าง รอบจอใช้ผ้าสีแดง ทาบริมทั้งสี่ด้าน เพื่อคนดู จะได้มองเห็นถนัดตา
๓. ดนตรีประกอบ การแสดง ใช้วงปี่พาทย์ เครื่องใหญ่ บรรเลงเพลง ประกอบการเคลื่อนไหว และแสดงอารมณ์ต่างๆ ของการแสดง
๔. ผู้เชิด เป็นชาย มีหน้าที่บังคับตัวหนังให้เคลื่อนไหว ไปอย่างมีชีวิตชีวา เต้น รำไปตามบทบาทและทำนองเพลง
๕. ผู้พากย์และเจรจามี ๒ คน อยู่คนละมุมจอ ผู้พากย์จะต้องเข้าใจเรื่องที่จะแสดงเป็นอย่างดีและจะต้อง เข้าใจดนตรี เข้าใจเพลงที่ใช้ประกอบการแสดงด้วย
๖. อุปกรณ์สร้างแสงสว่างในยามค่ำคืน ในสมัย โบราณใช้การก่อไฟเผากะลามะพร้าวเพื่อให้เกิดแสงนวล จับหน้าจอสวยงาม
๗. วรรณกรรมที่ใช้แสดง นิยมแสดงเรื่องรามเกียรติ์
การแสดงหนังใหญ่จึงเป็นการผสมผสานศิลปะ หลายแขนง คือ หัตถศิลป์ วรรณศิลป์ นาฏศิลป์ วาทศิลป์ และคีตศิลป์ มาปรุงแต่งเข้าด้วยกันอย่างผสมกลมกลืน ปัจจุบันนอกจากกรมศิลปากรและสถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ ที่ทำหน้าที่ในการอนุรักษ์และสืบสานหนังใหญ่แล้ว มีหนังใหญ่ในประเทศไทยเหลืออยู่เพียง ๓ คณะเท่านั้น คือ หนังใหญ่วัดขนอน จังหวัดราชบุรี หนังใหญ่วัดสว่างอารมณ์ จังหวัดสิงห์บุรี และหนังใหญ่วัดบ้านดอน จังหวัดระยอง