Sportswear Garment Technology - Waterless Dyeing เทคโนโลยีการย้อมโดยไม การแปล - Sportswear Garment Technology - Waterless Dyeing เทคโนโลยีการย้อมโดยไม ไทย วิธีการพูด

Sportswear Garment Technology - Wat

Sportswear Garment Technology - Waterless Dyeing เทคโนโลยีการย้อมโดยไม่ใช้น้ำ นวัตกรรมอนาคตของอุตสาหกรรมสิ่งทอ

เรียบเรียงโดย สุมนทิพย์ วิชัยดิษฐ

 

กระแสการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและความกดดันจากกลุ่มนักอนุรักษ์เพื่อที่จะผลักดันให้เกิดการลดการใช้ทรัพยากรน้ำในปริมาณมากในการย้อมสิ่งทอและเครื่องนุ่งห่ม ทำให้ปัจจุบันมีการคิดค้นพัฒนาเทคโนโลยีการย้อมแบบไม่ใช้น้ำ บริษัทสิ่งทอไทย เป็นรายแรกๆที่พัฒนาร่วมกับไนกี้และอดิดาส ในการปรับใช้กระบวนการใหม่นี้  

อดิดาส ภายใต้แนวทางการออกแบบเพื่อสิ่งแวดล้อม (Design for Environmental) และเพื่อโลกที่ดีกว่า (to make the world a Better Place) ได้รวมทีมกับกลุ่ม Yeh Group (Tong Siang) ในการพลิกโฉมเทคโนโลยีการผลิตของอุตสาหกรรมเสื้อผ้า พัฒนาเทคโนโลยีที่ชื่อว่า “DryDye” ในการย้อมสี/ใส่สีเข้าไปในเสื้อโดยไม่ต้องใช้ทรัพยากรน้ำ Yeh Group ผู้ผลิตผ้าถักและสปอร์ตแวร์ในกรุงเทพ เป็นรายแรกที่มีการปรับใช้กระบวนการผลิตย้อมผ้าแบบไม่ใช้น้ำเมื่อสามปีก่อน เทคโนโลยีนี้แทนที่การใช้น้ำด้วยคาร์บอนไดออกไซด์ที่สามารถรีไซเคิลได้ ซึ่งทำให้ลดการใช้พลังงานและลดการใช้สารเคมีในกระบวนการ
อดิดาสเป็นแบรนด์แรกที่เริ่มแนะนำ DryDye เมื่อปี 2012 เปิดตัวโดยนำเสนอผ่านเสื้อยืดคอลเล็คชั่นพิเศษจำนวน 50,000 ตัว สู่ตลาดโดยใช้ผ้าที่มาจาก Yeh Group ซึ่งลดการใช้น้ำไปถึง 1,250,000 ลิตร และหลังจากนั้นก็เริ่มแนะนำสินค้าตัวอื่นๆ ภายใต้เทคโนโลยีนี้ ในเดือนมิถุนายน ปี 2013 มีแบรนด์เสื้อผ้ากีฬาสัณชาติเยอรมัน เปิดเผยว่า “มีการใช้ผ้าที่ผลิตด้วยเทคโนโลยีการย้อมไม่ใช้น้ำ DryDye จากกลุ่ม Yeh Group ในประเทศไทยไปกว่า 1 ล้านหลา”

ตัวแทนของอดิดาสได้ให้ข้อมูลแก่ทาง just-style ว่า “DryDye เป็นนวัตกรรมใหม่ที่ลึกซึ้ง มันสามารถจะใช้ตัวกลางใหม่ๆ อย่างคาร์บอนไดออกไซด์อัดแน่น ในการเป็นตัวนำสี ซึ่งกระบวนการนี้มีประโยชน์อย่างมากในหลายมุม โดย DryDye สามารถจะนำพาสีไปสู่วัตถุได้อย่างมีประสิทธิภาพกว่าการย้อมแบบเดิมด้วยน้ำ ซึ่งโดยปกติแล้วจะใช้น้ำ 25 ลิตรในการย้อมเสื้อ 1 ตัว เทคโนโลยีนี้ยังใช้สารเคมีน้อยลงกว่า 50% และใช้พลังงานลดลง 50% อีกด้วย นอกจากนี้คาร์บอนไดออกไซด์ที่ใช้เป็นตัวกลางในการนำสียังสามารถนำกลับมารีไซเคิลใช้ซ้ำได้อีก”

 

ทางด้าน ไนกี้ ก็เร่งแข่งขันการพัฒนาสปอร์ตแวร์เทคโนโลยีเพื่อการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมเช่นกัน โดยทางไนกี้ แถลงว่า ชุดนักวิ่งมาราธอนชาวเคนย่า ชื่อ Abel Kirui ที่ได้รางวัลเหรียญเงินในการแข่งขันมาราธอนชายในโอลิมปิกปี 2012 เป็นนักวิ่งที่สวมใส่ชุด tracksuit ที่ดีที่สุดต่อสิ่งแวดล้อม Kirui วิ่งแข่ง 26.2 ไมล์ในชุดวิ่งที่ย้อมโดยปราศจากการใช้น้ำและผลิตจากผ้ารีไซเคิลที่ทำจากขวดพลาสติก 3 ขวด

ในการผลิตผ้านี้ ขวดพลาสติกจะถูกบดเป็นเกล็ดเล็กๆ นำไปหลอมละลาย แล้วนำไปฉีดเป็นเส้นด้าย ผ่านกระบวนการย้อมสีโดยการเติมสีเข้าไปโดยการใช้คาร์บอนไดออกไซด์ที่รีไซเคิลมาแทนการใช้น้ำเป็นตัวช่วยในการให้ติดสี กระบวนการย้อมนี้พัฒนาโดยบริษัทชาวดัทช์ เรียกเทคโนโลยีนี้ว่า “DyeCoo” ซึ่งทำให้ลดการใช้พลังงานและสารเคมีลงถึง 50 เปอร์เซ็นต์

Martin Lotti ผู้อำนวยการฝ่ายออกแบบชุดของโอลิมปิค กล่าวไว้ว่า “สุดยอดนักกีฬามักจะต้องการเทคโนโลยีที่มีประสิทธิภาพสูงช่วยส่งเสริมพวกเขาทุกครั้งที่สวมใส่เพื่อการฝึกฝนและการแข่งขัน ซึ่งผ้าที่มาจากรีไซเคิลและย้อมแบบไม่ใช้น้ำนี้ที่นักวิ่งเคนย่าใส่เป็นเสื้อกล้ามวิ่ง มีความเหมาะสมทั้งในเรื่องน้ำหนักที่เบาและมีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมน้อย”
ไนกี้ มีการคิดค้นในเทคโนโลยีนี้มากว่าแปดปี เมื่อต้นปี 2012 ที่ผ่านมา ไนกี้ได้จับมือกับกลุ่มบริษัทชาวดัทช์เปิดตัวเทคโนโลยีชื่อ DyeCoo Textile Systems ในการพัฒนาเทคโนโลยีการย้อมสำหรับสปอร์ตแวร์ พัฒนาเครื่องจักรย้อมผ้าแบบไม่ใช้น้ำออกมาในเชิงพานิชย์ ผ้าของไนกี้จะถูกผลิตจากโรงย้อมแห่งใหม่ที่เพิ่งเปิดตัวด้วยเทคโนโลยีการย้อมไม่ใช้น้ำในไต้หวันเมื่อปลายปี 2012 โดยไนกี้ได้เซ็นสัญญากับโรงงานของชาวไต้หวัน ชื่อ Far Eastern Century Corp (FENC) ซึ่งมีโรงงานอยู่ 3 โรง หนึ่งโรงในไต้หวันและอีกสองแห่งในประเทศไทย


เทคโนโลยีนี้กำลังอยู่ในระหว่างการพัฒนา โดย DyeCoo Textile Systems ได้ถูกพัฒนาร่วมกับบริษัทคู่ค้าของไนกี้ชื่อ Huntsman Textile Effects มาตั้งแต่ตุลาคม 2012
Jay Bolus รองผู้อำนวยการฝ่ายเทคนิคของ McDonough Braungart Design Chemistry (MBDC) กล่าวว่า “กระบวนการนี้สามารถทำงานได้โดยการลดความดันของคาร์บอนไดออกไซด์ลงให้อยู่ภายใต้ 1,100 ปอนด์ต่อ ตร.นิ้ว ทำให้คาร์บอนได้ออกไซด์อยู่ในสภาวะเหนือวิกฤต ซึ่งทำให้มันมีคุณสมบัติที่เหมาะสมทั้งในสภาพที่เป็นของเหลวหรือก๊าซ” เทคโนโลยีนี้ถูกเผยแพร่อยู่ก่อนที่ไนกี้และอดิดาสจะเริ่มลงมาเล่นแล้ว เพียงแต่ยังมีปัญหาในการหาสีย้อมที่เหมาะสมกับกระบวนการ ปัญหาการใช้พลังงานอย่างมากในการทำและประสิทธิภาพของสีย้อม ซึ่งยังไม่เป็นที่ยอมรับ

ประโยชน์ของกระบวนการใหม่นี้เริ่มเห็นชัดเจนขึ้น จากการใช้คาร์บอนไดออกไซด์มารีไซเคิล เมื่อ CO2 เย็นลงและกลับไปสู่สภาวะเป็นก๊าซ 95% ของ CO2 สามารถรีไซเคิลกลับมาได้ เทคโนโลยีนี้ยังมีการปล่อยสารคาร์บอนไดออกไซด์ออกมาสู่ภายนอกระบบน้อยลง 50-75%  นอกจากนี้ยังไม่ต้องเติมสารอื่นๆ ในกระบวนการและเสื้อยังแห้งเร็วกว่าเดิม ในกระบวนการนี้ไม่ต้องใช้น้ำเลยซึ่งแทบจะไม่เกิดการสูญเสีย(zero waste) การย้อมโดยไม่ใช้น้ำ นำไปสู่การปล่อยคาร์บอนฟุตปริ้น (carbon footprint) ที่น้อยลง ดังที่อดิดาสได้นำเสนอไว้ว่า “กระบวนการย้อมสีเสื้อผ้าของทั้งโลกนี้ทุกๆ 2 ปีจะมีปริมาณน้ำที่ใช้เท่ากับน้ำในทะเลเมดิเตอร์เรเนียน”


สำหรับโพลิเอสเตอร์ เทคโนโลยีนี้มีข้อจำกัดกับวัตถุดิบจากโพลิเอสเตอร์ ซึ่งผ้าโพลิเอสเตอร์จะต้องใช้น้ำ 100-150 ลิตรต่อกิโลกรัมเพื่อทำให้สีอิ่มตัว สำหรับไนกี้ โรงงานสิ่งทอที่ไนกี้มีสัญญาผลิตด้วย มีการใช้น้ำประมาณ 3 พันล้านแกลลอนต่อปีในกระบวนการผลิตสินค้าจากโพลิเอสเตอร์และฝ้าย การใช้น้ำปริมาณมากนี้เป็นที่มาที่ยักษ์ใหญ่แห่งวงการสปอร์ตแวร์ของโลกทั้งสองรายพยายามที่ปรับใช้เทคโนโลยีใหม่นี้ในการกระบวนการผลิตเพื่อที่จะรักษาน้ำ ลดการใช้พลังงาน และร่วมการรณรงค์ช่วยลดการเปลี่ยนแปลงอากาศโลก
Ian Burnell ผู้อำนวยการฝ่ายเทคโนโลยีของ Huntsman ได้พูดถึงเทคโนโลยีนี้ว่า “เป็นวิวัฒนาการของอุตสาหกรรม ยังไม่มีระบบไหนที่เหมือนเทคโนโลยีนี้ ซึ่งเป็นการพัฒนาอุตสาหกรรมสิ่งทอขึ้นไปอีกขั้นหนึ่ง และย
0/5000
จาก: -
เป็น: -
ผลลัพธ์ (ไทย) 1: [สำเนา]
คัดลอก!
เสื้อยืดเสื้อผ้าเทคโนโลยี - Waterless ย้อมสีเทคโนโลยีการย้อมโดยไม่ใช้น้ำนวัตกรรมอนาคตของอุตสาหกรรมสิ่งทอเรียบเรียงโดยสุมนทิพย์วิชัยดิษฐ กระแสการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและความกดดันจากกลุ่มนักอนุรักษ์เพื่อที่จะผลักดันให้เกิดการลดการใช้ทรัพยากรน้ำในปริมาณมากในการย้อมสิ่งทอและเครื่องนุ่งห่มทำให้ปัจจุบันมีการคิดค้นพัฒนาเทคโนโลยีการย้อมแบบไม่ใช้น้ำบริษัทสิ่งทอไทยเป็นรายแรกๆที่พัฒนาร่วมกับไนกี้และอดิดาสในการปรับใช้กระบวนการใหม่นี้ อดิดาสและเพื่อโลกที่ดีกว่าภายใต้แนวทางการออกแบบเพื่อสิ่งแวดล้อม (ออกแบบสำหรับสิ่งแวดล้อม) (การสร้างโลกดีกว่า) ได้รวมทีมกับกลุ่ม Yeh กลุ่ม (ตงเซียง) ในการพลิกโฉมเทคโนโลยีการผลิตของอุตสาหกรรมเสื้อผ้าพัฒนาเทคโนโลยีที่ชื่อว่า "DryDye" ในการย้อมสี/ใส่สีเข้าไปในเสื้อโดยไม่ต้องใช้ทรัพยากรน้ำ กลุ่ม Yeh ผู้ผลิตผ้าถักและสปอร์ตแวร์ในกรุงเทพเป็นรายแรกที่มีการปรับใช้กระบวนการผลิตย้อมผ้าแบบไม่ใช้น้ำเมื่อสามปีก่อนเทคโนโลยีนี้แทนที่การใช้น้ำด้วยคาร์บอนไดออกไซด์ที่สามารถรีไซเคิลได้ซึ่งทำให้ลดการใช้พลังงานและลดการใช้สารเคมีในกระบวนการ อดิดาสเป็นแบรนด์แรกที่เริ่มแนะนำ DryDye เมื่อปี 2012 เปิดตัวโดยนำเสนอผ่านเสื้อยืดคอลเล็คชั่นพิเศษจำนวน 50,000 ตัวสู่ตลาดโดยใช้ผ้าที่มาจาก กลุ่ม Yeh ซึ่งลดการใช้น้ำไปถึง 1,250,000 ลิตรและหลังจากนั้นก็เริ่มแนะนำสินค้าตัวอื่น ๆ ภายใต้เทคโนโลยีนี้ในเดือนมิถุนายนปี 2013 มีแบรนด์เสื้อผ้ากีฬาสัณชาติเยอรมันเปิดเผยว่า "มีการใช้ผ้าที่ผลิตด้วยเทคโนโลยีการย้อมไม่ใช้น้ำ DryDye จากกลุ่ม กลุ่ม Yeh ในประเทศไทยไปกว่า 1 ล้านหลา"ตัวแทนของอดิดาสได้ให้ข้อมูลแก่ทางสไตล์เพียงว่า "DryDye เป็นนวัตกรรมใหม่ที่ลึกซึ้งมันสามารถจะใช้ตัวกลางใหม่ ๆ อย่างคาร์บอนไดออกไซด์อัดแน่นในการเป็นตัวนำสีซึ่งกระบวนการนี้มีประโยชน์อย่างมากในหลายมุมโดย DryDye สามารถจะนำพาสีไปสู่วัตถุได้อย่างมีประสิทธิภาพกว่าการย้อมแบบเดิมด้วยน้ำซึ่งโดยปกติแล้วจะใช้น้ำ 25 ลิตรในการย้อมเสื้อ 1 ตัวเทคโนโลยีนี้ยังใช้สารเคมีน้อยลงกว่า 50% และใช้พลังงานลดลง 50% อีกด้วยนอกจากนี้คาร์บอนไดออกไซด์ที่ใช้เป็นตัวกลางในการนำสียังสามารถนำกลับมารีไซเคิลใช้ซ้ำได้อีก"   ทางด้านไนกี้ก็เร่งแข่งขันการพัฒนาสปอร์ตแวร์เทคโนโลยีเพื่อการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมเช่นกันโดยทางไนกี้แถลงว่าชุดนักวิ่งมาราธอนชาวเคนย่าชื่อฉันฉัน Abel Kirui ที่ได้รางวัลเหรียญเงินในการแข่งขันมาราธอนชายในโอลิมปิกปี 2012 เป็นนักวิ่งที่สวมใส่ชุด tracksuit ที่ดีที่สุดต่อสิ่งแวดล้อม Kirui วิ่งแข่ง 26.2 ไมล์ในชุดวิ่งที่ย้อมโดยปราศจากการใช้น้ำและผลิตจากผ้ารีไซเคิลที่ทำจากขวดพลาสติก 3 ขวดในการผลิตผ้านี้ ขวดพลาสติกจะถูกบดเป็นเกล็ดเล็กๆ นำไปหลอมละลาย แล้วนำไปฉีดเป็นเส้นด้าย ผ่านกระบวนการย้อมสีโดยการเติมสีเข้าไปโดยการใช้คาร์บอนไดออกไซด์ที่รีไซเคิลมาแทนการใช้น้ำเป็นตัวช่วยในการให้ติดสี กระบวนการย้อมนี้พัฒนาโดยบริษัทชาวดัทช์ เรียกเทคโนโลยีนี้ว่า “DyeCoo” ซึ่งทำให้ลดการใช้พลังงานและสารเคมีลงถึง 50 เปอร์เซ็นต์Martin Lotti ผู้อำนวยการฝ่ายออกแบบชุดของโอลิมปิค กล่าวไว้ว่า “สุดยอดนักกีฬามักจะต้องการเทคโนโลยีที่มีประสิทธิภาพสูงช่วยส่งเสริมพวกเขาทุกครั้งที่สวมใส่เพื่อการฝึกฝนและการแข่งขัน ซึ่งผ้าที่มาจากรีไซเคิลและย้อมแบบไม่ใช้น้ำนี้ที่นักวิ่งเคนย่าใส่เป็นเสื้อกล้ามวิ่ง มีความเหมาะสมทั้งในเรื่องน้ำหนักที่เบาและมีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมน้อย”ไนกี้ มีการคิดค้นในเทคโนโลยีนี้มากว่าแปดปี เมื่อต้นปี 2012 ที่ผ่านมา ไนกี้ได้จับมือกับกลุ่มบริษัทชาวดัทช์เปิดตัวเทคโนโลยีชื่อ DyeCoo Textile Systems ในการพัฒนาเทคโนโลยีการย้อมสำหรับสปอร์ตแวร์ พัฒนาเครื่องจักรย้อมผ้าแบบไม่ใช้น้ำออกมาในเชิงพานิชย์ ผ้าของไนกี้จะถูกผลิตจากโรงย้อมแห่งใหม่ที่เพิ่งเปิดตัวด้วยเทคโนโลยีการย้อมไม่ใช้น้ำในไต้หวันเมื่อปลายปี 2012 โดยไนกี้ได้เซ็นสัญญากับโรงงานของชาวไต้หวัน ชื่อ Far Eastern Century Corp (FENC) ซึ่งมีโรงงานอยู่ 3 โรง หนึ่งโรงในไต้หวันและอีกสองแห่งในประเทศไทย เทคโนโลยีนี้กำลังอยู่ในระหว่างการพัฒนา โดย DyeCoo Textile Systems ได้ถูกพัฒนาร่วมกับบริษัทคู่ค้าของไนกี้ชื่อ Huntsman Textile Effects มาตั้งแต่ตุลาคม 2012 Jay Bolus รองผู้อำนวยการฝ่ายเทคนิคของ McDonough Braungart Design Chemistry (MBDC) กล่าวว่า “กระบวนการนี้สามารถทำงานได้โดยการลดความดันของคาร์บอนไดออกไซด์ลงให้อยู่ภายใต้ 1,100 ปอนด์ต่อ ตร.นิ้ว ทำให้คาร์บอนได้ออกไซด์อยู่ในสภาวะเหนือวิกฤต ซึ่งทำให้มันมีคุณสมบัติที่เหมาะสมทั้งในสภาพที่เป็นของเหลวหรือก๊าซ” เทคโนโลยีนี้ถูกเผยแพร่อยู่ก่อนที่ไนกี้และอดิดาสจะเริ่มลงมาเล่นแล้ว เพียงแต่ยังมีปัญหาในการหาสีย้อมที่เหมาะสมกับกระบวนการ ปัญหาการใช้พลังงานอย่างมากในการทำและประสิทธิภาพของสีย้อม ซึ่งยังไม่เป็นที่ยอมรับ
ประโยชน์ของกระบวนการใหม่นี้เริ่มเห็นชัดเจนขึ้น จากการใช้คาร์บอนไดออกไซด์มารีไซเคิล เมื่อ CO2 เย็นลงและกลับไปสู่สภาวะเป็นก๊าซ 95% ของ CO2 สามารถรีไซเคิลกลับมาได้ เทคโนโลยีนี้ยังมีการปล่อยสารคาร์บอนไดออกไซด์ออกมาสู่ภายนอกระบบน้อยลง 50-75%  นอกจากนี้ยังไม่ต้องเติมสารอื่นๆ ในกระบวนการและเสื้อยังแห้งเร็วกว่าเดิม ในกระบวนการนี้ไม่ต้องใช้น้ำเลยซึ่งแทบจะไม่เกิดการสูญเสีย(zero waste) การย้อมโดยไม่ใช้น้ำ นำไปสู่การปล่อยคาร์บอนฟุตปริ้น (carbon footprint) ที่น้อยลง ดังที่อดิดาสได้นำเสนอไว้ว่า “กระบวนการย้อมสีเสื้อผ้าของทั้งโลกนี้ทุกๆ 2 ปีจะมีปริมาณน้ำที่ใช้เท่ากับน้ำในทะเลเมดิเตอร์เรเนียน”


สำหรับโพลิเอสเตอร์ เทคโนโลยีนี้มีข้อจำกัดกับวัตถุดิบจากโพลิเอสเตอร์ ซึ่งผ้าโพลิเอสเตอร์จะต้องใช้น้ำ 100-150 ลิตรต่อกิโลกรัมเพื่อทำให้สีอิ่มตัว สำหรับไนกี้ โรงงานสิ่งทอที่ไนกี้มีสัญญาผลิตด้วย มีการใช้น้ำประมาณ 3 พันล้านแกลลอนต่อปีในกระบวนการผลิตสินค้าจากโพลิเอสเตอร์และฝ้าย การใช้น้ำปริมาณมากนี้เป็นที่มาที่ยักษ์ใหญ่แห่งวงการสปอร์ตแวร์ของโลกทั้งสองรายพยายามที่ปรับใช้เทคโนโลยีใหม่นี้ในการกระบวนการผลิตเพื่อที่จะรักษาน้ำ ลดการใช้พลังงาน และร่วมการรณรงค์ช่วยลดการเปลี่ยนแปลงอากาศโลก
Ian Burnell ผู้อำนวยการฝ่ายเทคโนโลยีของ Huntsman ได้พูดถึงเทคโนโลยีนี้ว่า “เป็นวิวัฒนาการของอุตสาหกรรม ยังไม่มีระบบไหนที่เหมือนเทคโนโลยีนี้ ซึ่งเป็นการพัฒนาอุตสาหกรรมสิ่งทอขึ้นไปอีกขั้นหนึ่ง และย
การแปล กรุณารอสักครู่..
ผลลัพธ์ (ไทย) 2:[สำเนา]
คัดลอก!
เทคโนโลยีเสื้อผ้ากีฬา - Waterless ย้อมเทคโนโลยีการย้อมโดยไม่ใช้น้ำ สุมนทิพย์ บริษัท สิ่งทอไทย  (การออกแบบเพื่อสิ่งแวดล้อม) และเพื่อโลกที่ดีกว่า (เพื่อให้โลกดีขึ้นเพลส) ได้รวมทีมกับกลุ่ม Yeh Group (Tong Siang) พัฒนาเทคโนโลยีที่ชื่อว่า "DryDye" กลุ่ม Yeh DryDye เมื่อปี 2012 50,000 ตัวสู่ตลาดโดยใช้ผ้าที่มา จาก กลุ่ม Yeh ซึ่งลดการใช้น้ำไปถึง 1,250,000 ลิตร ภายใต้เทคโนโลยีนี้ในเดือนมิถุนายนปี 2013 เปิดเผยว่า DryDye จากกลุ่ม Yeh กลุ่มในประเทศไทยไปกว่า 1 เพียงแค่แบบว่า "DryDye เป็นนวัตกรรมใหม่ที่ลึกซึ้งมันสามารถจะ ใช้ตัวกลางใหม่ ๆ อย่างคาร์บอนไดออกไซด์อัดแน่นในการเป็นตัวนำสี โดย DryDye ซึ่งโดยปกติแล้วจะใช้น้ำ 25 ลิตรในการย้อมเสื้อ 1 ตัว 50% และใช้พลังงานลดลง 50% อีกด้วย ไนกี้ โดยทางไนกี้แถลงว่าชุดนัก วิ่งมาราธอนชาวเคนย่าชื่อ Abel Kirui 2012 เป็นนักวิ่งที่สวมใส่ชุดวอร์มที่ดีที่สุดต่อสิ่งแวดล้อม Kirui วิ่งแข่ง 26.2 3 ขวดในห้างหุ้นส่วนจำกัดหัวเรื่อง: การผลิตผ้านี้ขวดพลาสติกจะถูกบดเป็นเกล็ด ๆ เพิ่มข้อมูลที่นำไปหลอมละลายแล้วนำไปฉีดเป็นเส้นด้าย เรียกเทคโนโลยีนี้ว่า "DyeCoo" 50 เปอร์เซ็นต์มาร์ติน Lotti กล่าวไว้ว่า เมื่อต้นปี 2012 ที่ผ่านมา ระบบสิ่งทอ DyeCoo 2012 ศตวรรษที่ชื่อฟาร์อีสเทิร์นคอร์ป (FENC) ซึ่งมีโรงงานอยู่ 3 โรง โดยระบบ DyeCoo สิ่งทอ นายพรานผลกระทบสิ่งทอมาตั้งแต่ตุลาคม 2012 เจยาลูกกลอนรองผู้อำนวยการฝ่ายเทคนิคของดอนนา Braungart ออกแบบเคมี (MBDC) กล่าวว่า 1,100 ปอนด์ต่อตร. นิ้ว เมื่อ CO2 เย็นลงและกลับไปสู่สภาวะเป็น ก๊าซ 95% ของ CO2 ที่สามารถรีไซเคิลกลับมาได้ 50-75% นอกจากนี้ยังไม่ต้องเติมสารอื่น ๆ เสีย) การย้อมโดยไม่ใช้น้ำนำไป สู่การปล่อยคาร์บอนฟุตปริ้น (การปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์) ที่น้อยลงดังที่อดิดาส ได้นำเสนอไว้ว่า 2 ซึ่งผ้าโพลิเอสเตอร์จะ ต้องใช้น้ำ 100-150 สำหรับไนกี้ มีการใช้น้ำประมาณ 3 ลดการใช้พลังงาน Burnell ผู้อำนวยการฝ่ายเทคโนโลยีของนายพรานได้พูดถึงเทคโนโลยีนี้ว่า "เป็นวิวัฒนาการของอุตสาหกรรม และย



 








 
















การแปล กรุณารอสักครู่..
 
ภาษาอื่น ๆ
การสนับสนุนเครื่องมือแปลภาษา: กรีก, กันนาดา, กาลิเชียน, คลิงออน, คอร์สิกา, คาซัค, คาตาลัน, คินยารวันดา, คีร์กิซ, คุชราต, จอร์เจีย, จีน, จีนดั้งเดิม, ชวา, ชิเชวา, ซามัว, ซีบัวโน, ซุนดา, ซูลู, ญี่ปุ่น, ดัตช์, ตรวจหาภาษา, ตุรกี, ทมิฬ, ทาจิก, ทาทาร์, นอร์เวย์, บอสเนีย, บัลแกเรีย, บาสก์, ปัญจาป, ฝรั่งเศส, พาชตู, ฟริเชียน, ฟินแลนด์, ฟิลิปปินส์, ภาษาอินโดนีเซี, มองโกเลีย, มัลทีส, มาซีโดเนีย, มาราฐี, มาลากาซี, มาลายาลัม, มาเลย์, ม้ง, ยิดดิช, ยูเครน, รัสเซีย, ละติน, ลักเซมเบิร์ก, ลัตเวีย, ลาว, ลิทัวเนีย, สวาฮิลี, สวีเดน, สิงหล, สินธี, สเปน, สโลวัก, สโลวีเนีย, อังกฤษ, อัมฮาริก, อาร์เซอร์ไบจัน, อาร์เมเนีย, อาหรับ, อิกโบ, อิตาลี, อุยกูร์, อุสเบกิสถาน, อูรดู, ฮังการี, ฮัวซา, ฮาวาย, ฮินดี, ฮีบรู, เกลิกสกอต, เกาหลี, เขมร, เคิร์ด, เช็ก, เซอร์เบียน, เซโซโท, เดนมาร์ก, เตลูกู, เติร์กเมน, เนปาล, เบงกอล, เบลารุส, เปอร์เซีย, เมารี, เมียนมา (พม่า), เยอรมัน, เวลส์, เวียดนาม, เอสเปอแรนโต, เอสโทเนีย, เฮติครีโอล, แอฟริกา, แอลเบเนีย, โคซา, โครเอเชีย, โชนา, โซมาลี, โปรตุเกส, โปแลนด์, โยรูบา, โรมาเนีย, โอเดีย (โอริยา), ไทย, ไอซ์แลนด์, ไอร์แลนด์, การแปลภาษา.

Copyright ©2025 I Love Translation. All reserved.

E-mail: