โครงงานเรื่อง น้ำยาเช็ดกระจกดอกอัญชันและมะกรูด
ผู้ทำโครงงาน 1. นายนฤพันธ์ จันทร์ไทย
2. นายประสิทธิ์ โสภากุ
3. นายธนศร วังสำเภา
4. นายสิทธิชัย ศรีทองคำ
5. นายสมชาย ระเมิด
6. นายเจนณรงค์ ไชยแก้ว
โรงเรียน น้ำขุ่นวิทยา
ครูที่ปรึกษา 1. ครูเกียรติบัณฑิต สาระพัฒน์
บทคัดย่อ
โครงงานเรื่องน้ำยาเช็ดกระจกจากดอกอัญชัญและมะกรูด มีจุดมุ่งหมายเพื่อศึกษาเรื่องเกี่ยวกับการใช้สมุนไพรท้องถิ่นให้เกิดประโยชน์ เพื่อที่จะสามารถนำมาใช้กับชีวิตประจำวัน โดยผู้จัดทำได้ออกศึกษาค้นคว้าจากอินเทอร์เน็ตและจากคนในชุมชน ผู้จัดทำได้ความรู้เรื่องการทำน้ำยาเช็ดกระจกจากดอกอัญชัญและมะกรูดแล้ว ก็มีแนวความคิดจัดทำขึ้นเป็นโครงงาน เพื่อให้นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่1มีความรู้และเมื่อได้ความรู้แล้วก็สามารถที่จะนำไปประยุกต์ใช้กับชีวิตประจำวันได้
กิตติกรรมประกาศ
โครงงานเรื่องนี้ประกอบด้วยการดำเนินงานหลายขั้นตอน นับตั้งแต่การศึกษาหาข้อมูล การทดลองการวิเคราะห์ผลการทดลอง การจัดทำโครงงานเป็นรูปเล่ม จนกระทั่งโครงงานนี้สำเร็จลุล่วงไปด้วยดีตลอดระยะเวลาดังกล่าวคณะผู้จัดทำโครงงานได้รับความช่วยเหลือและคำแนะนำในด้านต่าง ๆ ตลอดจนได้รับกำลังใจจากบุคลากรหลายท่าน คณะผู้จัดทำตระหนักและซาบซึ้งในความกรุณาจากทุก ๆ ท่านเป็นอย่างดี ณ โอกาสนี้ขอขอบคุณทุก ๆ ท่าน ดังนี้
ขอขอบคุณ ครูเกียรติบัณฑิต สาระพัฒน์ อาจารย์ที่ปรึกษาโครงงาน ผู้ให้ความรู้ คำแนะนำ เสียสละเวลามาช่วยฝึกฝนเทคนิคในการทำโครงงานครั้งนี้ และได้เมตตาให้ความช่วยเหลือในทุก ๆ ด้าน ตลอดจนเอื้อเฟื้อห้องปฏิบัติการและเครื่องมือต่าง ๆ ในการทำโครงงานนี้จนประสบความสำเร็จ
ขอขอบคุณทุกกลุ่มสาระรายวิชาของโรงเรียนน้ำขุ่นวิทยาที่ได้กรุณาให้ความรู้ คำแนะนำ ข้อติชม ห้องปฏิบัติการวิทยาศาสตร์ อุปกรณ์และสารเคมีที่ใช้ในการทดลอง
ขอขอบคุณผู้อำนวยการสุรพงษ์ ด้วงทอง ผู้อำนวยการโรงเรียนน้ำขุ่นวิทยา อำเภอน้ำขุ่น
จังหวัดอุบลราชธานี ที่ได้ให้การสนับสนุนในทุก ๆ ด้าน
ขอขอบคุณ เพื่อน ๆ ที่ได้ให้ความช่วยเหลือในการทำโครงงาน
ท้ายที่สุด ขอกราบขอบพระคุณ คุณพ่อและคุณแม่ ผู้เป็นที่รัก ผู้ให้กำลังใจและให้โอกาสการศึกษาอันมีค่ายิ่ง
คณะผู้จัดทำ
บทที่ 1
บทนำ
ที่มาและความสำคัญของโครงงาน
ในปัจจุบันมีการ ใช้สารเคมีใบชีวิตประจำวันกันอย่างแพร่หลาย และมีสารเคมีที่มีพิษรวมอยู่ด้วยจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและแก้ไขปัญหามลพิษอย่างเร่งด่วน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการแก้ไขสารพิษตกค้าง ทั้งในน้ำ ในอากาศ ในดิน รวมทั้งในอาหาร ล้วนมีสารตกค้างทั้งสิ้น
น้ำยาเช็ดกระจกที่ใช้กันทั่วไปมีส่วนผสมของ บิวทิล เซลโลโซล และ แอมโมเนียมไฮดรอกไซด์ ซึ่งเป็นวัตถุอันตรายชนิดที่ 1 และชนิดที่ 2 ซึ่งสารเคมีนี้มีอันตรายต่อมนุษย์ และสิ่งมีชีวิตอื่น
ดอกอัญชันสีม่วง ที่ขึ้นอยู่ทั่วไปบริเวณใกล้บ้าน ในสวน ริมถนน คนในชุมชนของเราโดยเฉพาะผู้สูงอายุมักนำดอกอัญชันมาใช้ประโยชน์หลายอย่าง เช่น ทาผม ทาคิ้ว เพื่อให้ดกดำ ใช้แทนสีผสมอาหาร ชึ่งเป็นน้ำชาลดอาการเบาหวาน เป็นต้น
นอกจากนี้มะกรูดและดอกอัญชันยังช่วยลดคราบสกปรกและยังไม่มีสารเคมีเพราะน้ำยาเช็ดกระจกที่ชื้อมาอาจจะมีสารเคมีและยังอาจทำอันตรายร่างกายเราด้วย
สมมุติฐาน
น้ำหมักชีวภาพจากดอกอัญชันและมะกรูดสามารถนำไปใช้ขจัดคราบสกปรกบนกระจกแทนน้ำยาเช็ดกระจกทั่วไปได้
จุดมุ่งหมายของการศึกษา
1.เพื่อศึกษาผลการทำน้ำหมักชีวภาพจากดอกอัญชันและมะกรูดไปใช้ขจัดคราบสกปรกบนกระจก
2.เพื่อนำพืชที่มีอยู่ในท้องถิ่นมาใช้ประโยชน์
3.เพื่ออนุรักษ์สิ่งแวดล้อม
ตัวแปร
ตัวแปรต้น น้ำหมักชีวภาพจากดอกอัญชันและมะกรูด
ตัวแปรตาม การลดลงหรือหายไปของคราบสกปรกบนกระจก
ตัวแปรควบคุม อุณหภูมิของอากาศ
ขอบเขตของการศึกษา
1.น้ำหมักชีวภาพจากอัญชันและมะกรูด จะใช้อัญชันสีม่วงพันธ์กลีบชั้นเดียว และพันธ์กลีบซ้อน
2.กระจกที่ใช้ทำการทดลอง ใช้กระจกเงาและกระจกใส ที่ความสกปรกตามปกติ
ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ
น้ำหมักชีวภาพจากดอกอัญชันและมะกรูด สามารถนำไปใช้ขจัดคราบสกปรกบนกระจกแทนน้ำยาเช็ดกระจกทั่วไปได้ และช่วยลดสารพิษตกค้าง
บทที่ 2
เอกสารที่เกี่ยวข้อง
อัญชัน
อัญชัน จัดเป็นพืชมีดอกชนิดใบเลี้ยงคู่ เป็นพืชเถาเลื้อย ตระกูลเดียวกับถั่ว มีอายุประมาณ 1 ปี จึงจัดเป็นพืชอายุสั้น ลำต้นเลื้อย และพันรอบหลัก อาจยาวได้ถึง 6-7 เมตร มีดอกที่สวยงาม โดยปกติมีสีน้ำเงิน มีถิ่นกำเนิดในแอฟริกา
ชื่อพื้นเมือง : อัญชัน(กรุงเทพฯ ภาคกลาง) แดงชัน (เชียงใหม่) เอื้องชัน (ภาคเหนือ)
ชื่อวิทยาศาสตร์ : Clitoria ternatea L.
ชื่อวงศ์ : Leguminosae
ชื่อสามัญ : Butterfly-pea (Australia ):Blue-pea, cordofan-pea, honte ( French); blue Klitorie ( Portuguese ); azulejo, conchitis,Papito, zapatico de la reina,Zapotillo, conchita ( Spanish); cunha
ลักษณะทางพฤกษาศาสตร์
อัญชัน เป็นพืชอายุหลายปี ต้นเป็นกอพุ่มขนาดเล็ก ปลายยอดเป็นเถาเลื้อยพัน (Twining) อัญชันที่เก็บรวบรวมสายพันธุ์จำแนกได้ 2 สายพันธุ์ คือ สายพันธุ์กลีบดอกชั้นเดียว หรือดอกรา ดอกเป็นรูปดอกถั่วมี 3 ชนิดคือ ชนิดสีน้ำเงิน ม่วง และสีขาว และสายกลีบดอกซ้อน มี 5 กลีบดอก (standard ) ขนาดใหญ่ ซึ่งมีสีเช่นเดียวกัน ทั้ง 2 สายพันธุ์ มีอับเรณุสีเหลืองอ่อน ใบประกอบเรียงตัวแบบขนขนปลายคี่ ใบย่อยรูปไข่ สีใบเขียวเข็ม ผิวอ่อนคอนข้างหยาบเล็กน้อยออกดอกตลอดปี ชนิดดอกเดียว ฝักรูปดาบแบบโค้งเล็กน้อย เมล็ดแบนรูปไต
สรรพคุณทางยา
ราก ใช่บำรุงรักษาดวงตา ทำให้ตาสว่าง แก้ตาฟาง ตาแฉะ ฝนกับรากสะอึกและซาวข้าวกินหรือทา แก้งูสวัด เป็นยาขับปัสสาวะ ใช้ถูแก้ปวดฟัน ทำให้ฟันทน รสเบื่อเมาปรุงเป็นยา ดอก ใช้รักษาอาการผมร่วง ใช้ขยี้ทาศีรษะช่วยปลูกผม ใช้ทาคิ้ว ทำให้ผมและคิ้วดกดำเนื่องจากดอกอัญชันมีสารแอนโธ่ไซยานิน มีคุณสมบัติเพิ่มการไหลเวียนของเลือดในหลอดเล็กๆ ทำให้เลือดไปเลี้ยงรากผมมากขึ้น แก้ฟกช้ำบวม เมล็ด เป็นยาระบาย
การนำมาใช้ประโยชน์
ภูมิปัญญาชาวบ้านของไทย ได้นำเอาสีจากดอกอัญชันมาใช้ แต่งสีขนมไทย เช่น ขนมช่อม่วง ขนมเรไร
โครงงานเรื่อง น้ำยาเช็ดกระจกดอกอัญชันและมะกรูดผู้ทำโครงงาน 1. นายนฤพันธ์ จันทร์ไทย 2. นายประสิทธิ์ โสภากุ 3. นายธนศร วังสำเภา 4. นายสิทธิชัย ศรีทองคำ5. นายสมชาย ระเมิด 6. นายเจนณรงค์ ไชยแก้วโรงเรียน น้ำขุ่นวิทยาครูที่ปรึกษา 1. ครูเกียรติบัณฑิต สาระพัฒน์ บทคัดย่อ โครงงานเรื่องน้ำยาเช็ดกระจกจากดอกอัญชัญและมะกรูด มีจุดมุ่งหมายเพื่อศึกษาเรื่องเกี่ยวกับการใช้สมุนไพรท้องถิ่นให้เกิดประโยชน์ เพื่อที่จะสามารถนำมาใช้กับชีวิตประจำวัน โดยผู้จัดทำได้ออกศึกษาค้นคว้าจากอินเทอร์เน็ตและจากคนในชุมชน ผู้จัดทำได้ความรู้เรื่องการทำน้ำยาเช็ดกระจกจากดอกอัญชัญและมะกรูดแล้ว ก็มีแนวความคิดจัดทำขึ้นเป็นโครงงาน เพื่อให้นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่1มีความรู้และเมื่อได้ความรู้แล้วก็สามารถที่จะนำไปประยุกต์ใช้กับชีวิตประจำวันได้ กิตติกรรมประกาศโครงงานเรื่องนี้ประกอบด้วยการดำเนินงานหลายขั้นตอน นับตั้งแต่การศึกษาหาข้อมูล การทดลองการวิเคราะห์ผลการทดลอง การจัดทำโครงงานเป็นรูปเล่ม จนกระทั่งโครงงานนี้สำเร็จลุล่วงไปด้วยดีตลอดระยะเวลาดังกล่าวคณะผู้จัดทำโครงงานได้รับความช่วยเหลือและคำแนะนำในด้านต่าง ๆ ตลอดจนได้รับกำลังใจจากบุคลากรหลายท่าน คณะผู้จัดทำตระหนักและซาบซึ้งในความกรุณาจากทุก ๆ ท่านเป็นอย่างดี ณ โอกาสนี้ขอขอบคุณทุก ๆ ท่าน ดังนี้ขอขอบคุณ ครูเกียรติบัณฑิต สาระพัฒน์ อาจารย์ที่ปรึกษาโครงงาน ผู้ให้ความรู้ คำแนะนำ เสียสละเวลามาช่วยฝึกฝนเทคนิคในการทำโครงงานครั้งนี้ และได้เมตตาให้ความช่วยเหลือในทุก ๆ ด้าน ตลอดจนเอื้อเฟื้อห้องปฏิบัติการและเครื่องมือต่าง ๆ ในการทำโครงงานนี้จนประสบความสำเร็จ
ขอขอบคุณทุกกลุ่มสาระรายวิชาของโรงเรียนน้ำขุ่นวิทยาที่ได้กรุณาให้ความรู้ คำแนะนำ ข้อติชม ห้องปฏิบัติการวิทยาศาสตร์ อุปกรณ์และสารเคมีที่ใช้ในการทดลอง
ขอขอบคุณผู้อำนวยการสุรพงษ์ ด้วงทอง ผู้อำนวยการโรงเรียนน้ำขุ่นวิทยา อำเภอน้ำขุ่น
จังหวัดอุบลราชธานี ที่ได้ให้การสนับสนุนในทุก ๆ ด้าน
ขอขอบคุณ เพื่อน ๆ ที่ได้ให้ความช่วยเหลือในการทำโครงงาน
ท้ายที่สุด ขอกราบขอบพระคุณ คุณพ่อและคุณแม่ ผู้เป็นที่รัก ผู้ให้กำลังใจและให้โอกาสการศึกษาอันมีค่ายิ่ง
คณะผู้จัดทำ
บทที่ 1
บทนำ
ที่มาและความสำคัญของโครงงาน
ในปัจจุบันมีการ ใช้สารเคมีใบชีวิตประจำวันกันอย่างแพร่หลาย และมีสารเคมีที่มีพิษรวมอยู่ด้วยจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและแก้ไขปัญหามลพิษอย่างเร่งด่วน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการแก้ไขสารพิษตกค้าง ทั้งในน้ำ ในอากาศ ในดิน รวมทั้งในอาหาร ล้วนมีสารตกค้างทั้งสิ้น
น้ำยาเช็ดกระจกที่ใช้กันทั่วไปมีส่วนผสมของ บิวทิล เซลโลโซล และ แอมโมเนียมไฮดรอกไซด์ ซึ่งเป็นวัตถุอันตรายชนิดที่ 1 และชนิดที่ 2 ซึ่งสารเคมีนี้มีอันตรายต่อมนุษย์ และสิ่งมีชีวิตอื่น
ดอกอัญชันสีม่วง ที่ขึ้นอยู่ทั่วไปบริเวณใกล้บ้าน ในสวน ริมถนน คนในชุมชนของเราโดยเฉพาะผู้สูงอายุมักนำดอกอัญชันมาใช้ประโยชน์หลายอย่าง เช่น ทาผม ทาคิ้ว เพื่อให้ดกดำ ใช้แทนสีผสมอาหาร ชึ่งเป็นน้ำชาลดอาการเบาหวาน เป็นต้น
นอกจากนี้มะกรูดและดอกอัญชันยังช่วยลดคราบสกปรกและยังไม่มีสารเคมีเพราะน้ำยาเช็ดกระจกที่ชื้อมาอาจจะมีสารเคมีและยังอาจทำอันตรายร่างกายเราด้วย
สมมุติฐาน
น้ำหมักชีวภาพจากดอกอัญชันและมะกรูดสามารถนำไปใช้ขจัดคราบสกปรกบนกระจกแทนน้ำยาเช็ดกระจกทั่วไปได้
จุดมุ่งหมายของการศึกษา
1.เพื่อศึกษาผลการทำน้ำหมักชีวภาพจากดอกอัญชันและมะกรูดไปใช้ขจัดคราบสกปรกบนกระจก
2.เพื่อนำพืชที่มีอยู่ในท้องถิ่นมาใช้ประโยชน์
3.เพื่ออนุรักษ์สิ่งแวดล้อม
ตัวแปร
ตัวแปรต้น น้ำหมักชีวภาพจากดอกอัญชันและมะกรูด
ตัวแปรตาม การลดลงหรือหายไปของคราบสกปรกบนกระจก
ตัวแปรควบคุม อุณหภูมิของอากาศ
ขอบเขตของการศึกษา
1.น้ำหมักชีวภาพจากอัญชันและมะกรูด จะใช้อัญชันสีม่วงพันธ์กลีบชั้นเดียว และพันธ์กลีบซ้อน
2.กระจกที่ใช้ทำการทดลอง ใช้กระจกเงาและกระจกใส ที่ความสกปรกตามปกติ
ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ
น้ำหมักชีวภาพจากดอกอัญชันและมะกรูด สามารถนำไปใช้ขจัดคราบสกปรกบนกระจกแทนน้ำยาเช็ดกระจกทั่วไปได้ และช่วยลดสารพิษตกค้าง
บทที่ 2
เอกสารที่เกี่ยวข้อง
อัญชัน
อัญชัน จัดเป็นพืชมีดอกชนิดใบเลี้ยงคู่ เป็นพืชเถาเลื้อย ตระกูลเดียวกับถั่ว มีอายุประมาณ 1 ปี จึงจัดเป็นพืชอายุสั้น ลำต้นเลื้อย และพันรอบหลัก อาจยาวได้ถึง 6-7 เมตร มีดอกที่สวยงาม โดยปกติมีสีน้ำเงิน มีถิ่นกำเนิดในแอฟริกา
ชื่อพื้นเมือง : อัญชัน(กรุงเทพฯ ภาคกลาง) แดงชัน (เชียงใหม่) เอื้องชัน (ภาคเหนือ)
ชื่อวิทยาศาสตร์ : Clitoria ternatea L.
ชื่อวงศ์ : Leguminosae
ชื่อสามัญ : Butterfly-pea (Australia ):Blue-pea, cordofan-pea, honte ( French); blue Klitorie ( Portuguese ); azulejo, conchitis,Papito, zapatico de la reina,Zapotillo, conchita ( Spanish); cunha
ลักษณะทางพฤกษาศาสตร์
อัญชัน เป็นพืชอายุหลายปี ต้นเป็นกอพุ่มขนาดเล็ก ปลายยอดเป็นเถาเลื้อยพัน (Twining) อัญชันที่เก็บรวบรวมสายพันธุ์จำแนกได้ 2 สายพันธุ์ คือ สายพันธุ์กลีบดอกชั้นเดียว หรือดอกรา ดอกเป็นรูปดอกถั่วมี 3 ชนิดคือ ชนิดสีน้ำเงิน ม่วง และสีขาว และสายกลีบดอกซ้อน มี 5 กลีบดอก (standard ) ขนาดใหญ่ ซึ่งมีสีเช่นเดียวกัน ทั้ง 2 สายพันธุ์ มีอับเรณุสีเหลืองอ่อน ใบประกอบเรียงตัวแบบขนขนปลายคี่ ใบย่อยรูปไข่ สีใบเขียวเข็ม ผิวอ่อนคอนข้างหยาบเล็กน้อยออกดอกตลอดปี ชนิดดอกเดียว ฝักรูปดาบแบบโค้งเล็กน้อย เมล็ดแบนรูปไต
สรรพคุณทางยา
ราก ใช่บำรุงรักษาดวงตา ทำให้ตาสว่าง แก้ตาฟาง ตาแฉะ ฝนกับรากสะอึกและซาวข้าวกินหรือทา แก้งูสวัด เป็นยาขับปัสสาวะ ใช้ถูแก้ปวดฟัน ทำให้ฟันทน รสเบื่อเมาปรุงเป็นยา ดอก ใช้รักษาอาการผมร่วง ใช้ขยี้ทาศีรษะช่วยปลูกผม ใช้ทาคิ้ว ทำให้ผมและคิ้วดกดำเนื่องจากดอกอัญชันมีสารแอนโธ่ไซยานิน มีคุณสมบัติเพิ่มการไหลเวียนของเลือดในหลอดเล็กๆ ทำให้เลือดไปเลี้ยงรากผมมากขึ้น แก้ฟกช้ำบวม เมล็ด เป็นยาระบาย
การนำมาใช้ประโยชน์
ภูมิปัญญาชาวบ้านของไทย ได้นำเอาสีจากดอกอัญชันมาใช้ แต่งสีขนมไทย เช่น ขนมช่อม่วง ขนมเรไร
การแปล กรุณารอสักครู่..
