ประวัติศาสตร์นครลำปาง จังหวัดลำปาง เป็นจังหวัดที่มีความเก่าแก่และมีควา การแปล - ประวัติศาสตร์นครลำปาง จังหวัดลำปาง เป็นจังหวัดที่มีความเก่าแก่และมีควา ไทย วิธีการพูด

ประวัติศาสตร์นครลำปาง จังหวัดลำปาง

ประวัติศาสตร์นครลำปาง
จังหวัดลำปาง เป็นจังหวัดที่มีความเก่าแก่และมีความสำคัญทางประวัติศาสตร์มาแล้วไม่น้อยกว่า 1,300 ปี ตั้งแต่สมัยหริภุญชัย (พระนางจามเทวี) เป็นต้นมา คือ ราวพุทธศตวรรษที่ 13 ชื่อของเมืองเขลางค์อันเป็นเมืองในยุคแรก ๆ และเมืองนครลำปาง ปรากฏอยู่ในหลักฐานทางประวัติศาสตร์หลายแห่ง ทั้งจากตำนานศิลาจารึกพงศาวดาร และจากคำที่นิยมเรียกกันโดยทั่วไปอย่างแพร่หลาย ได้แก่ตำนานจามเทวี ชินกาลบาลีปกรณ์ ตำนานมูลศาสนา ตำนานพื้นเมืองเชียงใหม่ ตำนานเจ้าเจ็ดตน พงศาวดารโยนก
คำว่า '"ละกอน" หรือ "ละคร" (นคร) เป็นชื่อสามัญของเมืองเขลางค์ที่นิยมเรียกกันอย่างแพร่หลาย ทั้งในตำนานและภาษาพูดโดยทั่วไป แม้แต่จังหวัดใกล้เคียงเช่น แพร่ น่าน เชียงราย ลำพูน เชียงใหม่ มักจะเรียกชาวลำปางว่า "จาวละกอน" ซึ่งหมายถึง ชาวนคร คำว่าละกอนมีชื่อทางภาษาบาลีว่า เรียกว่า "เขลางค์ "เช่นเดียวกับ ละพูรหรือลำพูน ซึ่งทางภาษาบาลีเรียกว่า "หริภุญชัย"และเรียกลำปางว่า "ลัมภกัปปะ" ดังนั้น เมืองละกอนจึงหมายถึง บริเวณอันเป็นที่ตั้งของเมืองเขลางค์ คือเมืองโบราณรูปหอยสังข์ ซึ่งตั้งอยู่บริเวณฝั่งตะวันตกของแม่น้ำวัง อยู่ในตำบลเวียงเหนือ อำเภอเมืองลำปาง จังหวัดลำปาง
ส่วนคำว่า"ลำปาง" เป็นชื่อที่ปรากฎหลักฐานอย่างชัดแจ้งในตำนานพระธาตุลำปางหลวง ซึ่งมีชื่อเรียกเป็นภาษาบาลีว่า "ลัมภกัปปนคร" ตั้งอยู่บริเวณลำปางหลวง อำเภอเกาะคา จังหวัดลำปาง อยู่ห่างจากตัวเมืองลำปางไปทางทิศใต้ตามแม่น้ำวังประมาณ 16 กิโลเมตร อันเป็นที่ตั้งของวัดพระธาตุลำปางหลวงในปัจจุบัน ตัวเมืองลัมภกัปปนครมีพื้นที่ประมาณ 200 ไร่
ลักษณะของเมือง ศึกษาดูจากภาพถ่ายทางอากาศและการเดินสำรวจทางภาคพื้นดิน พบว่ามีคันคูล้อมรอบ 3 ชั้น (แต่ปัจจุบันเหลือเพียงบางส่วนเท่านั้น) นอกจากนี้พบเศษกระเบื้อง ภาชนะดินเผา เศียรพระพุทธรูปดินเผาสมัยหริภุญชัยและสถูปแบบสมัยหริภุญชัย สันนิษบานว่าเมืองลัมภกัปปะนี้น่าจะเป็นเมืองกัลปนาสงฆ์ (เมืองทางศาสนา) มากกว่าจะเป็นเมืองทางอาณาจักรที่มีอำนาจทางการปกครองบ้านเมืองอย่างเป็นระเบียบแบบแผน
ตามตำนาน วัดพระธาตุลำปางหลาง (ฉบับสาขาสมาคม เพื่อการรักษาสมบัติวัฒนธรรมประจำจังหวัดลำปาง) ได้กล่าวถึงเรื่องราวของเมืองลำปางไว้ว่า
"พระพุทธเจ้าได้เสด็จด้วยลำดับบ้านใหญ่เมืองน้อย ทั้งหลาย พระพุทธเจ้าไปรอดบ้านอันหนึ่งชื่อ ลัมพการีวัน พระพุทธเจ้านั่งอยู่เหนือดอยม่อนน้อย สูงสะหน่อย ยังมีลัวะ ชื่ออ้ายคอน มันหันพระพุทธเจ้า เอาน้ำผึ้งใส่กระบอกไม้ป้างมาหื้อทานแก่พระพุทธเจ้า กับหมากพ้าว 4 ลูก พระพุทธเจ้ายื่นบอกน้ำเผิ้งหื้อแก่มหาอานนท์ถอกตกปากบาตร พระพุทธเจ้าฉันแล้ว ชัดบอกไม้ไปตกหนเหนือ แล้วพระพุทธเจ้าทำนายว่า สถานที่นี้จักเป็นเมืองอันหนึ่งชื่อ "ลัมภางค์"
ดังนั้นนามเมืองลำปาง จึงหมายถึงชื่อของเมืองอันเป็นที่ตั้งของพระธาตุลำปางหลวงในปัจจุบัน
จังหวัดลำปางเดิมชื่อ "เมืองนครลำปาง" จากหลักฐานทางประวัติศาสตร์ได้ระบุไว้อย่างชัดเจน ได้แก่ ศิลาจารึก เลขทะเบียน ลป.1 จารึกเจ้าหมื่นคำเพชรเมื่อ พ.ศ.2019 และศิลาจารึกเลขทะเบียน ลป.2 จารึกเจ้าหาญสีทัต ได้จารึกชื่อเมืองนี้ว่า "ลคอร" ส่วนตำนานชินกาลมารีปกรณ์ ตำนานพื้นเมืองเชียงใหม่ ตำนานเมืองเชียงแสน ตลอดจนพงศาวดารของทางฝ่ายเหนือ ก็ล้วนแล้วแต่เรียกชื่อว่า เมืองนครลำปาง แม้แต่เอกสารทางราชการสมัยรัตนโกสินตอนต้น ก็เรียกเจ้าเมืองว่า พระยานครลำปาง นอกจากนี้จารึกประตูพระอุโบสถวัดบุญวาทย์วิหาร ก็ยังมีข้อความตอนหนึ่งจารึกว่า เมืองนครลำปาง แต่เมื่อมีการปฏิรูปบ้านเมืองจากมณฑลเทศาภิบาลเป็นจังหวัด ตามคำสั่งของกระทรวงมหาดไทย ลงวันที่ 19 พฤษภาคม พ.ศ. 2459 ปรากฏว่า ชื่อของเมืองนครลำปาง ได้กลายมาเป็นจังหวัดลำปาง มาจนกระทั่งทุกวันนี้

ประวัติความเป็นมาของเมืองนครลำปาง
เรื่องราวของเมืองนครลำปางในยุคแรกๆ หรือยุคเมืองเขลางค์นั้น ส่วนใหญ่ทราบหลักฐานในตำนาน ชินกาลบาลีปกรณ์ ซึ่งได้กล่าวถึงประวัติการสร้างเขลางค์ ในราวต้นพุทธศตวรรษที่ 13 ว่า
ในราว พ.ศ.1200 พระสุเทวฤษี ซึ่งอาศัยอยู่ที่ดอยสุเทพได้เชิญชวนให้พระสุกทันตฤษีแห่งละโว้ มาช่วยกันสร้างเมืองนครหริภุญชัย เมื่อสร้างเสร็จแล้วจึงไปทูลขอผู้ปกครองจากพระเจ้านพราชกษัตริย์แห่งละโว้ (ลพบุรี) ซึ่งได้ประทานพระนางจามเทวี ราชธิดาให้มาเป็นผู้ปกครอง พร้อมกับนำพระภิกษุสงฆ์ผู้รอบรู้ในพระไตรปิฎก พรามณ์โหรา นักปราชญ์ราชบัณฑิต แพทย์ ช่างฝีมือ เศรษฐี คหบดีอย่างละ 500 คนมาด้วย ขณะนั้นพระนางทรงครรภ์ เมื่อมาถึงได้ราว 3 เดือน ก็ประสูติพระโอรสฝาแฝด ผู้พี่ทรงพระนามว่า "เจ้ามหันตยศกุมาร" ส่วนผู้น้องทรงพระนามว่า "เจ้าอนันตยศกุมาร" เมื่อพระโอรสทั้ง 2 ทรงเจริญวัยขึ้น ประกอบกับพระนางชราภาพมากแล้ว จึงได้ทำพิธีราชาภิเษกให้ เจ้ามหันตยศกุมารขึ้นเป็นกษัตริย์ ครองเมืองหริภุญชัย ส่วนเจ้าอนันตยศกุมารทรงดำรงตำแหน่ง อุปราช
ตำนานเล่าว่า เมื่อพระนางจามเทวีได้ราชาภิเษก ให้เจ้ามหันตยศกุมารขึ้นเป็นกษัตริย์ครองเมืองหริภุญชัยแล้ว ฝ่ายเจ้าอนันตยศกุมารก็ปรารถนาอยากไปครองเมืองแห่งใหม่ จึงนำความขึ้นกราบบังคมทูลให้พระมารดาได้ทรงทราบ พระนางทรงแนะนำให้ไปหา ฤษีวาสุเทพ เพื่อขอให้สร้างเมืองถวาย แต่ฤษีวาสุเทพได้แนะนำให้ไปหาพรานเขลางค์ซึ่งอยู่ที่ภูเขาบรรพต ดังนั้นพระเจ้าอนันตยศจึงพาข้าราชบริพารเสด็จออกจากหริภุญชัยไปยังเขลางค์บรรพต ครั้นเมื่อพบพรานเขลางค์แล้ว ก็ทรงขอให้นำไปพบพระสุพรหมฤษีบนดอยงามหรือภูเขาสองยอด แล้วขออาราธนาช่วยสร้างบ้านเมืองให้ พระสุพรหมฤษีจึงขึ้นไปยังเขลางค์บรรพตเพื่อมองหาชัยภูมิสร้างเมือง เมื่อมองไปทางยังทิศตะวันตกของแม่น้ำวังกนที ก็เห็นสถานที่แห่งหนึ่งเป็นชัยภูมิที่เหมาะสม จึงได้สร้างเมืองขึ้นที่นั่น โดยกำหนดให้กว้างยาวด้านละ 500 วาแล้วเอาศิลาบาตรก้อนหนึ่งมาตั้งเป็นหลักเมืองเรียกว่า "ผาบ่อง" เมื่อสร้างเสร็จแล้วจึงขนานนามตามชื่อ ของนายพระหมผู้นำทางและมีส่วนร่วมในการช่วยสร้างเมืองว่า "เขลางค์นคร" และยังมีชื่อเรียกในตำนานกุกุตนครว่า"ศิรินครชัย" อีกนามหนึ่ง
ภายหลังสร้างเมืองแล้วเสร็จ พระเจ้าอนันตยศได้ทรงราชาภิเษกเป็นกษัตริย์ทรงพระนามว่า "พระเจ้าอินทรเกิงการ" พระองค์ครองเมืองเขลางค์อยู่ได้ไม่นาน ก็ทรงมีความรำลึก
0/5000
จาก: -
เป็น: -
ผลลัพธ์ (ไทย) 1: [สำเนา]
คัดลอก!
ประวัติศาสตร์นครลำปาง จังหวัดลำปางเป็นจังหวัดที่มีความเก่าแก่และมีความสำคัญทางประวัติศาสตร์มาแล้วไม่น้อยกว่า 1300 ปีตั้งแต่สมัยหริภุญชัย (พระนางจามเทวี) เป็นต้นมาคือราวพุทธศตวรรษที่ 13 ชื่อของเมืองเขลางค์อันเป็นเมืองในยุคแรกๆ และเมืองนครลำปางปรากฏอยู่ในหลักฐานทางประวัติศาสตร์หลายแห่งทั้งจากตำนานศิลาจารึกพงศาวดารและจากคำที่นิยมเรียกกันโดยทั่วไปอย่างแพร่หลายได้แก่ตำนานจามเทวีชินกาลบาลีปกรณ์ตำนานมูลศาสนาตำนานพื้นเมืองเชียงใหม่ตำนานเจ้าเจ็ดตนพงศาวดารโยนก คำว่า ""ละกอน"หรือ"ละคร" (นคร) เป็นชื่อสามัญของเมืองเขลางค์ที่นิยมเรียกกันอย่างแพร่หลายทั้งในตำนานและภาษาพูดโดยทั่วไปแม้แต่จังหวัดใกล้เคียงเช่นแพร่น่านเชียงรายลำพูนเชียงใหม่มักจะเรียกชาวลำปางว่า"จาวละกอน"ซึ่งหมายถึงชาวนครคำว่าละกอนมีชื่อทางภาษาบาลีว่าเรียกว่า"เขลางค์ "เช่นเดียวกับละพูรหรือลำพูนซึ่งทางภาษาบาลีเรียกว่า"หริภุญชัย"และเรียกลำปางว่า"ลัมภกัปปะ"ดังนั้นเมืองละกอนจึงหมายถึงบริเวณอันเป็นที่ตั้งของเมืองเขลางค์คือเมืองโบราณรูปหอยสังข์ซึ่งตั้งอยู่บริเวณฝั่งตะวันตกของแม่น้ำวังอยู่ในตำบลเวียงเหนืออำเภอเมืองลำปางจังหวัดลำปาง ส่วนคำว่า "ลำปาง" เป็นชื่อที่ปรากฎหลักฐานอย่างชัดแจ้งในตำนานพระธาตุลำปางหลวงซึ่งมีชื่อเรียกเป็นภาษาบาลีว่า "ลัมภกัปปนคร" ตั้งอยู่บริเวณลำปางหลวงอำเภอเกาะคาจังหวัดลำปางอยู่ห่างจากตัวเมืองลำปางไปทางทิศใต้ตามแม่น้ำวังประมาณ 16 กิโลเมตรอันเป็นที่ตั้งของวัดพระธาตุลำปางหลวงในปัจจุบันตัวเมืองลัมภกัปปนครมีพื้นที่ประมาณ 200 ไร่ ลักษณะของเมืองศึกษาดูจากภาพถ่ายทางอากาศและการเดินสำรวจทางภาคพื้นดินพบว่ามีคันคูล้อมรอบ 3 ชั้น (แต่ปัจจุบันเหลือเพียงบางส่วนเท่านั้น) นอกจากนี้พบเศษกระเบื้องภาชนะดินเผาเศียรพระพุทธรูปดินเผาสมัยหริภุญชัยและสถูปแบบสมัยหริภุญชัยสันนิษบานว่าเมืองลัมภกัปปะนี้น่าจะเป็นเมืองกัลปนาสงฆ์ (เมืองทางศาสนา) มากกว่าจะเป็นเมืองทางอาณาจักรที่มีอำนาจทางการปกครองบ้านเมืองอย่างเป็นระเบียบแบบแผน ตามตำนานวัดพระธาตุลำปางหลาง (ฉบับสาขาสมาคมเพื่อการรักษาสมบัติวัฒนธรรมประจำจังหวัดลำปาง) ได้กล่าวถึงเรื่องราวของเมืองลำปางไว้ว่า "พระพุทธเจ้าได้เสด็จด้วยลำดับบ้านใหญ่เมืองน้อยทั้งหลายพระพุทธเจ้าไปรอดบ้านอันหนึ่งชื่อลัมพการีวันพระพุทธเจ้านั่งอยู่เหนือดอยม่อนน้อยสูงสะหน่อยยังมีลัวะชื่ออ้ายคอนมันหันพระพุทธเจ้าเอาน้ำผึ้งใส่กระบอกไม้ป้างมาหื้อทานแก่พระพุทธเจ้ากับหมากพ้าว 4 ลูกพระพุทธเจ้ายื่นบอกน้ำเผิ้งหื้อแก่มหาอานนท์ถอกตกปากบาตรพระพุทธเจ้าฉันแล้วชัดบอกไม้ไปตกหนเหนือแล้วพระพุทธเจ้าทำนายว่าสถานที่นี้จักเป็นเมืองอันหนึ่งชื่อ"ลัมภางค์" ดังนั้นนามเมืองลำปางจึงหมายถึงชื่อของเมืองอันเป็นที่ตั้งของพระธาตุลำปางหลวงในปัจจุบัน จังหวัดลำปางเดิมชื่อ "เมืองนครลำปาง" จากหลักฐานทางประวัติศาสตร์ได้ระบุไว้อย่างชัดเจนได้แก่ศิลาจารึกเลขทะเบียน ลป.1 จารึกเจ้าหมื่นคำเพชรเมื่อ พ.ศ.2019 และศิลาจารึกเลขทะเบียน ลป.2 จารึกเจ้าหาญสีทัตได้จารึกชื่อเมืองนี้ว่า "ลคอร" ส่วนตำนานชินกาลมารีปกรณ์ตำนานพื้นเมืองเชียงใหม่ตำนานเมืองเชียงแสนตลอดจนพงศาวดารของทางฝ่ายเหนือก็ล้วนแล้วแต่เรียกชื่อว่าเมืองนครลำปางแม้แต่เอกสารทางราชการสมัยรัตนโกสินตอนต้นก็เรียกเจ้าเมืองว่าพระยานครลำปางนอกจากนี้จารึกประตูพระอุโบสถวัดบุญวาทย์วิหารก็ยังมีข้อความตอนหนึ่งจารึกว่าเมืองนครลำปางแต่เมื่อมีการปฏิรูปบ้านเมืองจากมณฑลเทศาภิบาลเป็นจังหวัดตามคำสั่งของกระทรวงมหาดไทยลงวันที่ 19 พฤษภาคมพ.ศ. 2459 ปรากฏว่าชื่อของเมืองนครลำปางได้กลายมาเป็นจังหวัดลำปางมาจนกระทั่งทุกวันนี้ ประวัติความเป็นมาของเมืองนครลำปาง เรื่องราวของเมืองนครลำปางในยุคแรก ๆ หรือยุคเมืองเขลางค์นั้นส่วนใหญ่ทราบหลักฐานในตำนานชินกาลบาลีปกรณ์ซึ่งได้กล่าวถึงประวัติการสร้างเขลางค์ในราวต้นพุทธศตวรรษที่ 13 ว่า ในราว พ.ศ.1200 พระสุเทวฤษีซึ่งอาศัยอยู่ที่ดอยสุเทพได้เชิญชวนให้พระสุกทันตฤษีแห่งละโว้มาช่วยกันสร้างเมืองนครหริภุญชัยเมื่อสร้างเสร็จแล้วจึงไปทูลขอผู้ปกครองจากพระเจ้านพราชกษัตริย์แห่งละโว้ (ลพบุรี) ซึ่งได้ประทานพระนางจามเทวีราชธิดาให้มาเป็นผู้ปกครองพร้อมกับนำพระภิกษุสงฆ์ผู้รอบรู้ในพระไตรปิฎกพรามณ์โหรานักปราชญ์ราชบัณฑิตแพทย์ช่างฝีมือเศรษฐีคหบดีอย่างละ 500 คนมาด้วยขณะนั้นพระนางทรงครรภ์เมื่อมาถึงได้ราว 3 เดือนก็ประสูติพระโอรสฝาแฝดผู้พี่ทรงพระนามว่า "เจ้ามหันตยศกุมาร" ส่วนผู้น้องทรงพระนามว่า "เจ้าอนันตยศกุมาร" เมื่อพระโอรสทั้ง 2 ทรงเจริญวัยขึ้นประกอบกับพระนางชราภาพมากแล้วจึงได้ทำพิธีราชาภิเษกให้เจ้ามหันตยศกุมารขึ้นเป็นกษัตริย์ครองเมืองหริภุญชัยส่วนเจ้าอนันตยศกุมารทรงดำรงตำแหน่งอุปราช ตำนานเล่าว่าเมื่อพระนางจามเทวีได้ราชาภิเษกให้เจ้ามหันตยศกุมารขึ้นเป็นกษัตริย์ครองเมืองหริภุญชัยแล้วฝ่ายเจ้าอนันตยศกุมารก็ปรารถนาอยากไปครองเมืองแห่งใหม่จึงนำความขึ้นกราบบังคมทูลให้พระมารดาได้ทรงทราบพระนางทรงแนะนำให้ไปหาฤษีวาสุเทพเพื่อขอให้สร้างเมืองถวายแต่ฤษีวาสุเทพได้แนะนำให้ไปหาพรานเขลางค์ซึ่งอยู่ที่ภูเขาบรรพตดังนั้นพระเจ้าอนันตยศจึงพาข้าราชบริพารเสด็จออกจากหริภุญชัยไปยังเขลางค์บรรพตครั้นเมื่อพบพรานเขลางค์แล้วก็ทรงขอให้นำไปพบพระสุพรหมฤษีบนดอยงามหรือภูเขาสองยอดแล้วขออาราธนาช่วยสร้างบ้านเมืองให้พระสุพรหมฤษีจึงขึ้นไปยังเขลางค์บรรพตเพื่อมองหาชัยภูมิสร้างเมืองเมื่อมองไปทางยังทิศตะวันตกของแม่น้ำวังกนทีก็เห็นสถานที่แห่งหนึ่งเป็นชัยภูมิที่เหมาะสมจึงได้สร้างเมืองขึ้นที่นั่นโดยกำหนดให้กว้างยาวด้านละ 500 วาแล้วเอาศิลาบาตรก้อนหนึ่งมาตั้งเป็นหลักเมืองเรียกว่า "ผาบ่อง" เมื่อสร้างเสร็จแล้วจึงขนานนามตามชื่อของนายพระหมผู้นำทางและมีส่วนร่วมในการช่วยสร้างเมืองว่า "เขลางค์นคร" และยังมีชื่อเรียกในตำนานกุกุตนครว่า "ศิรินครชัย" อีกนามหนึ่ง ภายหลังสร้างเมืองแล้วเสร็จพระเจ้าอนันตยศได้ทรงราชาภิเษกเป็นกษัตริย์ทรงพระนามว่า "พระเจ้าอินทรเกิงการ" พระองค์ครองเมืองเขลางค์อยู่ได้ไม่นานก็ทรงมีความรำลึก
การแปล กรุณารอสักครู่..
ผลลัพธ์ (ไทย) 2:[สำเนา]
คัดลอก!
ประวัติศาสตร์นครลำปาง
จังหวัดลำปาง 1,300 ปีตั้งแต่สมัยหริภุญชัย (พระนางจามเทวี) เป็นต้นมาคือราวพุทธศตวรรษที่ 13 ๆ และเมืองนครลำปาง ทั้งจากตำนานศิลาจารึกพงศาวดาร ได้แก่ ตำนานจามเทวีชินกาลบาลีปกรณ์ตำนานมูลศาสนาตำนานพื้นเมืองเชียงใหม่ตำนานเจ้าเจ็ดตนพงศาวดารโยนก
คำว่าได้ "ละกอน" หรือ "ละคร" (นคร) ทั้งในตำนานและภาษาพูดโดยทั่วไปแม้แต่จังหวัดใกล้เคียงเช่นแพร่น่านเชียงรายลำพูนเชียงใหม่มักจะเรียกชาวลำปางว่า "จาวละกอน" ซึ่งหมายถึงชาวนครคำว่าละกอนมีชื่อทางภาษาบาลีว่าเรียกว่า "เขลา งค์ "เช่นเดียวกับละพูรหรือลำพูนซึ่งทางภาษาบาลีเรียกว่า" หริภุญชัย "และเรียกลำปางว่า" ลัมภกัปปะ "ดังนั้นเมืองละกอนจึงหมายถึง คือเมืองโบราณรูปหอยสังข์ อยู่ในตำบลเวียงเหนืออำเภอเมืองลำปางจังหวัดลำปาง
ส่วนคำว่าได้ "ลำปาง" ซึ่งมีชื่อเรียกเป็นภาษาบาลีว่า "ลัมภกัปปนคร" ตั้งอยู่บริเวณลำปางหลวงอำเภอเกาะคาจังหวัดลำปาง 16 กิโลเมตร 200 ไร่
ลักษณะของเมือง พบว่ามีคันคูล้อมรอบ 3 ชั้น นอกจากนี้พบเศษกระเบื้องภาชนะดินเผา (เมืองทางศาสนา)
วัดพระธาตุลำปางหลาง (ฉบับสาขาสมาคม
ทั้งหลายพระพุทธเจ้าไปรอดบ้านอันหนึ่งชื่อลัมพการีวัน สูงสะหน่อยยังมีลัวะชื่ออ้ายคอนมันหันพระพุทธเจ้า กับหมากพ้าว 4 ลูก พระพุทธเจ้าฉันแล้วชัดบอกไม้ไปตกหนเหนือแล้วพระพุทธเจ้าทำนายว่า "ลัมภางค์"
ดังนั้นนามเมืองลำปาง
"เมืองนครลำปาง" ได้แก่ ศิลาจารึกเลขทะเบียนลป. 1 จารึกเจ้าหมื่นคำเพชรเมื่อ พ.ศ. 2019 และศิลาจารึกเลขทะเบียนลป. 2 จารึกเจ้าหาญสีทัตได้จารึกชื่อเมืองนี้ว่า "ลคอร" ส่วนตำนานชินกาลมา รีปกรณ์ตำนานพื้นเมืองเชียงใหม่ตำนานเมืองเชียงแสนตลอดจนพงศาวดารของทางฝ่ายเหนือก็ล้วนแล้วแต่เรียกชื่อว่าเมืองนครลำปาง ก็เรียกเจ้าเมืองว่าพระยานครลำปาง ก็ยังมีข้อความตอนหนึ่งจารึกว่าเมืองนครลำปาง ตามคำสั่งของกระทรวงมหาดไทยลงวันที่ 19 พฤษภาคม พ.ศ. 2459 ปรากฏว่าชื่อของเมืองนครลำปางได้กลายมาเป็นจังหวัดลำปาง หรือยุคเมืองเขลางค์นั้นส่วนใหญ่ทราบหลักฐานในตำนานชินกาลบาลีปกรณ์ ในราวต้นพุทธศตวรรษที่ 13 ว่าได้ในราว พ.ศ. 1200 พระสุเทวฤษี มาช่วยกันสร้างเมืองนครหริภุญชัย (ลพบุรี) ซึ่งได้ประทานพระนางจามเทวีราชธิดาให้มาเป็นผู้ปกครอง พรามณ์โหรานักปราชญ์ราชบัณฑิตแพทย์ช่างฝีมือเศรษฐีคหบดีอย่างละ 500 คนมาด้วยขณะนั้นพระนางทรงครรภ์เมื่อมาถึงได้ราว 3 เดือนก็ประสูติพระโอรสฝาแฝดผู้พี่ทรงพระนามว่า "เจ้ามหันตยศกุมาร" ส่วนผู้น้องทรงพระนาม ว่า "เจ้าอนันตยศกุมาร" เมื่อพระโอรสทั้ง 2 ทรงเจริญวัยขึ้นประกอบกับพระนางชราภาพมากแล้วจึงได้ทำพิธีราชาภิเษกให้เจ้ามหันตยศกุมารขึ้นเป็นกษัตริย์ครองเมืองหริภุญชัย อุปราชตำนานเล่าว่าได้เมื่อพระนางจามเทวีได้ราชาภิเษก พระนางทรงแนะนำให้ไปหาฤษีวาสุเทพเพื่อขอให้สร้างเมืองถวาย ครั้นเมื่อพบพรานเขลางค์แล้ว จึงได้สร้างเมืองขึ้นที่นั่นโดยกำหนดให้กว้างยาวด้านละ 500 "ผาบ่อง" "เขลางค์นคร" "พระเจ้าอินทรเกิงการ" ก็ทรงมีความรำลึก





การแปล กรุณารอสักครู่..
ผลลัพธ์ (ไทย) 3:[สำเนา]
คัดลอก!
After the city building was completed. Lord Ananta rank hath crowned king name is "God" he accepted Geng city เขลาง's live long, he has a memorial.ประวัติศาสตร์นครลำปาง
จังหวัดลำปางเป็นจังหวัดที่มีความเก่าแก่และมีความสำคัญทางประวัติศาสตร์มาแล้วไม่น้อยกว่า 1300 . ตั้งแต่สมัยหริภุญชัย ( พระนางจามเทวี ) เป็นต้นมาความราวพุทธศตวรรษที่ 13 ชื่อของเมืองเขลางค์อันเป็นเมืองในยุคแรกจะและเมืองนครลำปางปรากฏอยู่ในหลักฐานทางประวัติศาสตร์หลายแห่งและจากคำที่นิยมเรียกกันโดยทั่วไปอย่างแพร่หลายได้แก่ตำนานจามเทวีชินกาลบาลีปกรณ์ตำนานมูลศาสนาตำนานพื้นเมืองเชียงใหม่ตำนานเจ้าเจ็ดตนพงศาวดารโยนก
คำว่า ' " ละกอน " ค็อค " ละคร " ( นคร ) เป็นชื่อสามัญของเมืองเขลางค์ที่นิยมเรียกกันอย่างแพร่หลายทั้งในตำนานและภาษาพูดโดยทั่วไปแม้แต่จังหวัดใกล้เคียงเช่นแพร่น่านเชียงรายลำพูนเชียงใหม่มักจะเรียกชาวลำปางว่าซึ่งหมายถึงชาวนครคำว่าละกอนมีชื่อทางภาษาบาลีว่าเรียกว่า " เขลางค์ " เช่นเดียวกับละพูรหรือลำพูนซึ่งทางภาษาบาลีเรียกว่า " หริภุญชัย " และเรียกลำปางว่า " ลัมภกัปปะ " ดังนั้นเมืองละกอนจึงหมายถึงคือเมืองโบราณรูปหอยสังข์ซึ่งตั้งอยู่บริเวณฝั่งตะวันตกของแม่น้ำวังอยู่ในตำบลเวียงเหนืออำเภอเมืองลำปางจังหวัดลำปาง
ส่วนคำว่า " ลำปาง " เป็นชื่อที่ปรากฎหลักฐานอย่างชัดแจ้งในตำนานพระธาตุลำปางหลวงซึ่งมีชื่อเรียกเป็นภาษาบาลีว่า " ลัมภกัปปนคร " ตั้งอยู่บริเวณลำปางหลวงอำเภอเกาะคาจังหวัดลำปาง16 กิโลเมตรอันเป็นที่ตั้งของวัดพระธาตุลำปางหลวงในปัจจุบันตัวเมืองลัมภกัปปนครมีพื้นที่ประมาณ 200 ไร่
ลักษณะของเมืองศึกษาดูจากภาพถ่ายทางอากาศและการเดินสำรวจทางภาคพื้นดินพบว่ามีคันคูล้อมรอบ 3 ชั้น ( แต่ปัจจุบันเหลือเพียงบางส่วนเท่านั้น ) นอกจากนี้พบเศษกระเบื้องภาชนะดินเผาสันนิษบานว่าเมืองลัมภกัปปะนี้น่าจะเป็นเมืองกัลปนาสงฆ์ ( เมืองทางศาสนา ) มากกว่าจะเป็นเมืองทางอาณาจักรที่มีอำนาจทางการปกครองบ้านเมืองอย่างเป็นระเบียบแบบแผน
ตามตำนานวัดพระธาตุลำปางหลาง ( ฉบับสาขาสมาคมเพื่อการรักษาสมบัติวัฒนธรรมประจำจังหวัดลำปาง ) ได้กล่าวถึงเรื่องราวของเมืองลำปางไว้ว่า
" พระพุทธเจ้าได้เสด็จด้วยลำดับบ้านใหญ่เมืองน้อยทั้งหลายพระพุทธเจ้าไปรอดบ้านอันหนึ่งชื่อลัมพการีวันพระพุทธเจ้านั่งอยู่เหนือดอยม่อนน้อยสูงสะหน่อยยังมีลัวะชื่ออ้ายคอนมันหันพระพุทธเจ้ากับหมากพ้าว 4 ลูกพระพุทธเจ้ายื่นบอกน้ำเผิ้งหื้อแก่มหาอานนท์ถอกตกปากบาตรพระพุทธเจ้าฉันแล้วชัดบอกไม้ไปตกหนเหนือแล้วพระพุทธเจ้าทำนายว่าสถานที่นี้จักเป็นเมืองอันหนึ่งชื่อ " ลัมภางค์ "
ดังนั้นนามเมืองลำปางจึงหมายถึงชื่อของเมืองอันเป็นที่ตั้งของพระธาตุลำปางหลวงในปัจจุบัน
จังหวัดลำปางเดิมชื่อ " เมืองนครลำปาง " จากหลักฐานทางประวัติศาสตร์ได้ระบุไว้อย่างชัดเจนได้แก่ศิลาจารึกเลขทะเบียนลป .1 จารึกเจ้าหมื่นคำเพชรเมื่อพ . ศ . 2019 และศิลาจารึกเลขทะเบียนลป .2 จารึกเจ้าหาญสีทัตได้จารึกชื่อเมืองนี้ว่า " ลคอร " ส่วนตำนานชินกาลมารีปกรณ์ตำนานพื้นเมืองเชียงใหม่ตำนานเมืองเชียงแสนตลอดจนพงศาวดารของทางฝ่ายเหนือก็ล้วนแล้วแต่เรียกชื่อว่าเมืองนครลำปางก็เรียกเจ้าเมืองว่าพระยานครลำปางนอกจากนี้จารึกประตูพระอุโบสถวัดบุญวาทย์วิหารก็ยังมีข้อความตอนหนึ่งจารึกว่าเมืองนครลำปางแต่เมื่อมีการปฏิรูปบ้านเมืองจากมณฑลเทศาภิบาลเป็นจังหวัดลงวันที่ 19 พฤษภาคมพ .ศ . พ.ศ. ปรากฏว่าชื่อของเมืองนครลำปางได้กลายมาเป็นจังหวัดลำปางมาจนกระทั่งทุกวันนี้


ประวัติความเป็นมาของเมืองนครลำปางเรื่องราวของเมืองนครลำปางในยุคแรกๆหรือยุคเมืองเขลางค์นั้นส่วนใหญ่ทราบหลักฐานในตำนานชินกาลบาลีปกรณ์ซึ่งได้กล่าวถึงประวัติการสร้างเขลางค์ในราวต้นพุทธศตวรรษที่ 13 ว่า
ในราวพ . ศ .
การแปล กรุณารอสักครู่..
 
ภาษาอื่น ๆ
การสนับสนุนเครื่องมือแปลภาษา: กรีก, กันนาดา, กาลิเชียน, คลิงออน, คอร์สิกา, คาซัค, คาตาลัน, คินยารวันดา, คีร์กิซ, คุชราต, จอร์เจีย, จีน, จีนดั้งเดิม, ชวา, ชิเชวา, ซามัว, ซีบัวโน, ซุนดา, ซูลู, ญี่ปุ่น, ดัตช์, ตรวจหาภาษา, ตุรกี, ทมิฬ, ทาจิก, ทาทาร์, นอร์เวย์, บอสเนีย, บัลแกเรีย, บาสก์, ปัญจาป, ฝรั่งเศส, พาชตู, ฟริเชียน, ฟินแลนด์, ฟิลิปปินส์, ภาษาอินโดนีเซี, มองโกเลีย, มัลทีส, มาซีโดเนีย, มาราฐี, มาลากาซี, มาลายาลัม, มาเลย์, ม้ง, ยิดดิช, ยูเครน, รัสเซีย, ละติน, ลักเซมเบิร์ก, ลัตเวีย, ลาว, ลิทัวเนีย, สวาฮิลี, สวีเดน, สิงหล, สินธี, สเปน, สโลวัก, สโลวีเนีย, อังกฤษ, อัมฮาริก, อาร์เซอร์ไบจัน, อาร์เมเนีย, อาหรับ, อิกโบ, อิตาลี, อุยกูร์, อุสเบกิสถาน, อูรดู, ฮังการี, ฮัวซา, ฮาวาย, ฮินดี, ฮีบรู, เกลิกสกอต, เกาหลี, เขมร, เคิร์ด, เช็ก, เซอร์เบียน, เซโซโท, เดนมาร์ก, เตลูกู, เติร์กเมน, เนปาล, เบงกอล, เบลารุส, เปอร์เซีย, เมารี, เมียนมา (พม่า), เยอรมัน, เวลส์, เวียดนาม, เอสเปอแรนโต, เอสโทเนีย, เฮติครีโอล, แอฟริกา, แอลเบเนีย, โคซา, โครเอเชีย, โชนา, โซมาลี, โปรตุเกส, โปแลนด์, โยรูบา, โรมาเนีย, โอเดีย (โอริยา), ไทย, ไอซ์แลนด์, ไอร์แลนด์, การแปลภาษา.

Copyright ©2026 I Love Translation. All reserved.

E-mail: