ยาปฏิชีวนะหมายถึง ยาต้านสิ่งมีชีวิต ช่วยยับยั้ง ฆ่า และต้านทานจุบชีพ ซึ่งโดยทั่วไปมักเป็นเชื้อแบคทีเรียอาจครอบคลุมถึงเชื้อไวรัสบางชนิดและเชื้อราบางชนิดด้วย ปัจจุบันยังมีการเข้าใจผิดในการใข้ยาผิดวิธีก่อให้เกิดผลเสียตามมาถึงกับเสียชีวิตได้ จากการแพ้ยาหรือเชื้อดื้อยาจึงเขียนเรียงความเรื่องนี้ขึ้นเพื่อแนะนำยาปฏิชีวนะรักษาโรคอย่างไรและถ้าใช้ยาในเวลานานๆหรือพร่ำเพื่อจะส่งผลเสียอะไรบ้าง
ยาปฏิชีวนะมีฤทธิ์และมีผลกระบวนการทำลายและยับยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อแบคทีเรียโดยจะไปทำลายเยื่อหุ้มเซลล์ซึ่งเป็นเยื่อบางๆที่หุ้มเชื้อแบคทีเรีย ส่งผลให้สมดุลการดำลงชีวิตของเชื้อแบคทีเรียเสียไปและตายในที่สุด และยับยั้งการสร้างผนังเซลล์ซึ่งเป็นผนังภายนอกสุดของเซลล์ที่ห่อหุ้มเยื่อหุ้มเซลล์อีกที ด้วยฤทธิ์ของยาปฏิชีวนะทำให้เชื้แแบคทีเรียไม่สามารถแพร่พันธ์ุได้ จึงหยุดการเจริญเติบโตก่อกวนของเชื้อแบคทีเรียในDNA และเชื้อแบคทีเรียไม่สามารถผลิดลูกหลานออกมาทำอันตรายกับร่างกายได้อีก ร่างกายจะกระตุ้นให้เขื้อแบคทีเรียปล่อยน้ำย่อยออกมาย่อยตัวเองและตายในที่สุด จะต้องนำพายาไปยังอวัยวะที่มีการติดเชื้อได้ถูกต้อง นำพายาไปยังอวัยวะเป้าหมายมีหลายช่องทาง เช่น การกิน การฉีดใต้ผิวหนัง การฉีดเข้ากล้ามเนื้อ การฉีดเข้าหลอดเลือด และการทาที่ผิวหนัง ดังนั้นการใช้ยาปฏิชีวนะต้องใช้ให้เหมาะสมกับโรคที่จะรักษา ถ้าได้รับยาไม่ครบตามปริมาณที่เหมาะสมจะส่งผลโดยตรงคืออาการของโรคจะไม่ดีขึ้น หากใช้ยาปฏิชวนะนานเกินไปหรือมากไปก็จะมีผลเสีย เช่น ดื้อยา ภูมิคุ้มกันลดลง การดูดซึมวิตามินลดลง และแพ้ยา
ดังนั้นเราควรใช้ยาปฏิชีวนะในการควบคุมดูแลของแพทย์หรือคำแนะนำจากเภสัชเพื่อการใช้ให้ถูกวิธีและตรงกับโรคที่ต้องการรักษา หากใช้ผิดวิธีจะมีผลเสียต่อร่างกายและอาจถึงชีวิตได้