การแบ่งยุคสมัยทางประวัติศาสตร์1. การแบ่งช่วงเวลาทางประวัติศาสตร์ตามแบบ การแปล - การแบ่งยุคสมัยทางประวัติศาสตร์1. การแบ่งช่วงเวลาทางประวัติศาสตร์ตามแบบ ไทย วิธีการพูด

การแบ่งยุคสมัยทางประวัติศาสตร์1. กา

การแบ่งยุคสมัยทางประวัติศาสตร์

1. การแบ่งช่วงเวลาทางประวัติศาสตร์ตามแบบสากล

จุดมุ่งหมายในการแบ่งช่วงเวลาทางประวัติศาสตร์ เป็นยุคสมัยต่าง ๆ เพื่อให้เกิดความสะดวกในการศึกษาค้นคว้าเรื่องราวของมนุษย์ในอดีตและช่วยให้เข้าใจง่ายขึ้น ช่วงเวลาทางประวัติศาสตร์ตามแบบสากลแบ่งออกเป็น 2 สมัย คือ

1) สมัยก่อนประวัติศาสตร์

สมัยก่อนประวัติศาสตร์ เป็นช่วงเวลาที่มนุษย์ยังไม่รู้จักการประดิษฐ์ตัวอักษรขึ้นใช้ จึงยังไม่มีหลักฐานทางประวัติศาสตร์ที่เป็นลายลักษณ์อักษร ดังนั้น การศึกษาเรื่องราวของมนุษย์สมัยก่อนประวัติศาสตร์ จึงต้องอาศัยการวิเคราะห์และตีความจากหลักฐานทางโบราณคดีที่ค้นพบ เช่น เครื่องมือ เครื่องใช้ เครื่องประดับที่ทำจากหิน โลหะ และโครงกระดูกมนุษย์

ปัจจุบันการกำหนดอายุสมัยก่อนประวัติศาสตร์ในประเทศไทย อาศัยพัฒนาการทางเทคโนโลยี แบบแผนการดำรงชีพและสังคม ยุคสมัยทางธรณีวิทยา นำมาใช้ร่วมกันในการกำหนดยุคสมัย โดยสามารถแบ่งยุคสมัยก่อนประวัติศาสตร์ได้ดังนี้




1.1) ยุคหิน เริ่มเมื่อประมาณ 500,000 ถึง 4,000 ปี ล่วงมาแล้ว แบ่งเป็น 3 ยุคย่อย ดังนี้
ยุคหินเก่า (500,000 – 10,000 ปีมาแล้ว ) เป็นช่วงเวลาแรก ๆ ของมนุษยชาติ มนุษย์รู้จักใช้เครื่องมือขวานหินกะเทาะ ในระยะแรก เครื่องมือจะมีลักษณะหยาบ โดยนำหินกรวดแม่น้ำมากะเทาะเพียงด้านเดียวและไม่ได้กะเทาะหมดทั้งก้อน ใช้สำหรับขุดสับและสับตัด มนุษย์ในยุคหินเก่า ดำรงชีวิตอย่างเร่ร่อน ล่าสัตว์และหาของป่ากินเป็นอาหาร
ยุคหินกลาง (10,000 – 6,000 ปีมาแล้ว) เป็นช่วงเวลาที่มนุษย์รู้จักทำเครื่องมือเครื่องใช้สำหรับล่าสัตว์ด้วยหินที่มีความประณีตมากขึ้นและมนุษย์ในยุคหินกลางเริ่มรู้จักการอยู่รวมกลุ่มเป็นสังคมมากขึ้น
ยุคหินใหม่ (6,000 – 4,000 ปีมาแล้ว) เป็นช่วงเวลาที่มนุษย์รู้จักทำเครื่องมือด้วยหินขัดเป็นมันเรียบ เรียกว่า ขวานหินขัด ใช้สำหรับตัดเฉือนแบบมีดหรือต่อด้ามเพื่อใช้เป็นเครื่องมือขุดหรือถาก มนุษย์ยุคหินใหม่มีความเจริญมากกว่ายุคก่อน ๆ รู้จักตั้งถิ่นฐานเป็น หลักแหล่ง รู้จักการเพาะปลูก เลี้ยงสัตว์ ทำภาชนะดินเผา
1.2) ยุคโลหะ เป็นช่วงที่มนุษย์มีพัฒนาการด้านการทำเครื่องมือเครื่องใช้ โดยรู้จักการนำแร่ธาตุมาถลุงและหลอมใช้หล่อทำเป็นอาวุธหรือเครื่องมือและเครื่องประดับต่าง ๆ แบ่งสมัยได้ตามวัตถุของโลหะ คือ
ยุคสำริด (4,000 – 2,500 ปีมาแล้ว) เป็นช่วงเวลาที่มนุษย์รู้จักใช้โลหะสำริด(ทองแดงผสมดีบุก) ทำเครื่องมือเครื่องใช้และเครื่องประดับ มีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีกว่ายุคหิน อาศัยอยู่ร่วมกันเป็นชุมชนขนาดใหญ่ขึ้น รู้จักปลูกข้าวและเลี้ยงสัตว์
ยุคเหล็ก (2,500 – 1,500 ปีมาแล้ว) เป็นช่วงเวลาที่มนุษย์รู้จักนำเหล็กมาทำเป็นเครื่องมือเครื่องใช้ ซึ่งมีคุณภาพดีแข็งแกร่งกว่าสำริด การดำรงชีวิตด้วยการเกษตรกรรม มีการติดต่อค้าขายระหว่างชุมชนต่าง
2) สมัยประวัติศาสตร์ เป็นยุคสมัยที่มนุษย์รู้จักการประดิษฐ์ตัวอักษรขึ้นมาใช้แล้ว โดยได้มีการบันทึกเรื่องราวเหตุการณ์ต่าง ๆ ในยุคสมัยนั้นเป็นลายลักษณ์อักษร มักพบอยู่ตาม ผนังถ้ำ แผ่นดินเหนียว แผ่นหิน ใบลาน และแผ่นโลหะ
ชุมชนของมนุษย์ในภูมิภาคต่างๆ ก้าวเข้าสู่สมัยประวัติศาสตร์ ในระยะเวลาไม่เท่ากัน เนื่องด้วยความสามารถของมนุษย์ในการสร้างสรรค์อารยธรรมความเจริญที่แตกต่างกัน ดังนั้น สมัยประวัติศาสตร์ในทางสากล จึงแบ่งเป็น 3 ยุคย่อยๆ ดังนี้
2.1) ประวัติศาสตร์สมัยโบราณ เริ่มตั้งแต่ความเจริญของแหล่งอารยธรรม เมโสโปเตเมีย อารยธรรมอียิปต์โบราณ และอารยธรรมกรีก โรมัน จนกระทั่งสิ้นสุดลงเมื่อกรุงโรม ซึ่งเป็นศูนย์กลางของจักรวรรดิถูกตีแตกโดยพวกอนารยชนในปี พ.ศ.1019
2.2) ประวัติศาสตร์สมัยกลาง เริ่มภายหลังจากที่กรุงโรม (จักรวรรดิโรมันตะวันตก)ถูกพวกอนารยชนตีแตกในปี พ.ศ.1019 จนกระทั่งในปี พ.ศ.1996 สมัยกลางจึงสิ้นสุดลง เมื่อชนชาติเติร์ก ที่นับถือศาสนาอิสลามเข้าโจมตีกรุงคอนสแตนติโนเปิล(จักรวรรดิโรมันตะวันออก)
2.3) ประวัติศาสตร์สมัยใหม่ เริ่มภายหลังจากที่กรุงคอนสแตนติโนเปิลถูกตีแตก เมื่อปี พ.ศ.1996 เป็นต้นมา จนกระทั้งสิ้นสุดสงครามโลกครั้งที่ 2 ในปี พ.ศ.2488 มีเหตุการณ์สำคัญในยุคประวัติศาสตร์สมัยใหม่หลายประการ เช่น การปฏิรูปศาสนา การเกิดลัทธิหรือแนวความคิดแบบเสรีนิยม ประชาธิปไตยและคอมมิวนิสต์ ทางด้านเศรษฐกิจ มีการขยายตัวทางการค้าทางเรือสำเภา การแสวงหาดินแดนใหม่และปฏิวัติอุตสาหกรรม
3) การแบ่งช่วงเวลาทางประวัติศาสตร์ตามแบบไทย
นักประวัติศาสตร์นิยมแบ่งช่วงเวลาทางประวัติศาสตร์ตามแบบไทย ที่มีลักษณะเป็นรูปแบบของตนเอง ดังนี้

3.1) แบ่งตามสมัยหรือตามเวลาที่เริ่มมีตัวอักษร โดยแบ่งได้ 2 สมัย ดังนี้
สมัยก่อนประวัติศาสตร์ หมายถึง ยุคที่ยังไม่มีการบันทึกเรื่องราวเป็นลายลักษณ์อักษร แบ่งออกเป็นยุคหิน(ยุคหินเก่า ยุคหินกลาง ยุคหินใหม่) และยุคโลหะ(ยุคสำริด ยุคเหล็ก) โดยมีการขุดค้นพบหลักฐานทางโบราณคดีในภูมิภาคต่าง ๆ ของประเทศไทยตามลำดับ
สมัยประวัติศาสตร์ หมายถึง ยุคที่มนุษย์เริ่มมีการใช้ตัวอักษรบันทึกเรื่องราวเหตุการณ์ต่าง ๆ จากหลักฐานที่ค้นพบได้แก่ หลักศิลาจารึก
3.2) แบ่งยุคสมัยตามอาณาจักร ได้มีการแบ่งยุคสมัยตามอาณาจักร ได้แก่ อาณาจักร ทวารวดี(นครปฐม) อาณาจักรละโว้(ลพบุรี) อาณาจักรตามพรลิงค์(นครศรีธรรมราช) อาณาจักรศรีวิชัย(สุราษฎร์ธานี) อาณาจักรหริภุญชัย(ลำพูน)
3.3) แบ่งยุคสมัยตามราชธานี เป็นการแบ่งยุคสมัยทางประวัติศาสตร์ ตามราชธานี ของไทยเรียงความลำดับ เช่น สมัยสุโขทัย สมัยอยุธยา สมัยธนบุรีและสมัยรัตนโกสินทร์
3.4) แบ่งยุคสมัยตามพระราชวงศ์ เป็นการแบ่งยุคสมัยทางประวัติศาสตร์ตามพระราชวงศ์ เช่น สมัยราชวงศ์พระร่วง ของอาณาจักรสุโขทัย สมัยราชวงศ์อู่ทอง สมัยราชวงศ์สุพรรณภูมิ สมัยราชวงศ์สุโขทัย สมัยราชวงศ์ปราสาททอง สมัยราชวงศ์บ้านพลูหลวง โดยทั้งหมดเป็นชื่อ พระราชวงศ์ที่ครองราชย์สมบัติเป็นกษัตริย์ในสมัยอยุธยา ราชวงศ์จักรี ในสมัยรัตนโกสินทร์
3.5) แบ่งยุคสมัยตามรัชกาล เป็นการแบ่งยุคสมัยในช่วงเวลาที่พระมหากษัตริย์พระองค์นั้นครองราชย์อยู่ ได้แก่ รัชสมัยสมเด็จพระบรมไตรโลกนาถ รัชสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช และรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว
3.6) แบ่งยุคสมัยตามระบอบการเมืองการปกครอง
0/5000
จาก: -
เป็น: -
ผลลัพธ์ (ไทย) 1: [สำเนา]
คัดลอก!
การแบ่งยุคสมัยทางประวัติศาสตร์1. การแบ่งช่วงเวลาทางประวัติศาสตร์ตามแบบสากล จุดมุ่งหมายในการแบ่งช่วงเวลาทางประวัติศาสตร์เป็นยุคสมัยต่างๆ เพื่อให้เกิดความสะดวกในการศึกษาค้นคว้าเรื่องราวของมนุษย์ในอดีตและช่วยให้เข้าใจง่ายขึ้นช่วงเวลาทางประวัติศาสตร์ตามแบบสากลแบ่งออกเป็น 2 สมัยคือ1) สมัยก่อนประวัติศาสตร์ สมัยก่อนประวัติศาสตร์เป็นช่วงเวลาที่มนุษย์ยังไม่รู้จักการประดิษฐ์ตัวอักษรขึ้นใช้จึงยังไม่มีหลักฐานทางประวัติศาสตร์ที่เป็นลายลักษณ์อักษรดังนั้นการศึกษาเรื่องราวของมนุษย์สมัยก่อนประวัติศาสตร์จึงต้องอาศัยการวิเคราะห์และตีความจากหลักฐานทางโบราณคดีที่ค้นพบเช่นเครื่องมือเครื่องใช้เครื่องประดับที่ทำจากหินโลหะและโครงกระดูกมนุษย์ ปัจจุบันการกำหนดอายุสมัยก่อนประวัติศาสตร์ในประเทศไทยอาศัยพัฒนาการทางเทคโนโลยีแบบแผนการดำรงชีพและสังคมยุคสมัยทางธรณีวิทยานำมาใช้ร่วมกันในการกำหนดยุคสมัยโดยสามารถแบ่งยุคสมัยก่อนประวัติศาสตร์ได้ดังนี้1.1) ยุคหินเริ่มเมื่อประมาณ 500000 ถึง 4000 ปีล่วงมาแล้วแบ่งเป็น 3 ยุคย่อยดังนี้ยุคหินเก่า (ปีมาแล้ว 500000 – 10000) เป็นช่วงเวลาแรกๆ ของมนุษยชาติมนุษย์รู้จักใช้เครื่องมือขวานหินกะเทาะในระยะแรกเครื่องมือจะมีลักษณะหยาบโดยนำหินกรวดแม่น้ำมากะเทาะเพียงด้านเดียวและไม่ได้กะเทาะหมดทั้งก้อนใช้สำหรับขุดสับและสับตัดมนุษย์ในยุคหินเก่าดำรงชีวิตอย่างเร่ร่อนล่าสัตว์และหาของป่ากินเป็นอาหารยุคหินกลาง (10000 – 6000 ปีมาแล้ว) เป็นช่วงเวลาที่มนุษย์รู้จักทำเครื่องมือเครื่องใช้สำหรับล่าสัตว์ด้วยหินที่มีความประณีตมากขึ้นและมนุษย์ในยุคหินกลางเริ่มรู้จักการอยู่รวมกลุ่มเป็นสังคมมากขึ้นยุคหินใหม่ (6000 – 4000 ปีมาแล้ว) เป็นช่วงเวลาที่มนุษย์รู้จักทำเครื่องมือด้วยหินขัดเป็นมันเรียบเรียกว่าขวานหินขัดใช้สำหรับตัดเฉือนแบบมีดหรือต่อด้ามเพื่อใช้เป็นเครื่องมือขุดหรือถากมนุษย์ยุคหินใหม่มีความเจริญมากกว่ายุคก่อนๆ รู้จักตั้งถิ่นฐานเป็นหลักแหล่งรู้จักการเพาะปลูกเลี้ยงสัตว์ทำภาชนะดินเผา1.2) ยุคโลหะเป็นช่วงที่มนุษย์มีพัฒนาการด้านการทำเครื่องมือเครื่องใช้โดยรู้จักการนำแร่ธาตุมาถลุงและหลอมใช้หล่อทำเป็นอาวุธหรือเครื่องมือและเครื่องประดับต่างๆ แบ่งสมัยได้ตามวัตถุของโลหะคือยุคสำริด (4000 – 2500 ปีมาแล้ว) เป็นช่วงเวลาที่มนุษย์รู้จักใช้โลหะสำริด(ทองแดงผสมดีบุก)ทำเครื่องมือเครื่องใช้และเครื่องประดับมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีกว่ายุคหินอาศัยอยู่ร่วมกันเป็นชุมชนขนาดใหญ่ขึ้นรู้จักปลูกข้าวและเลี้ยงสัตว์ยุคเหล็ก (2500 – 1500 ปีมาแล้ว) เป็นช่วงเวลาที่มนุษย์รู้จักนำเหล็กมาทำเป็นเครื่องมือเครื่องใช้ซึ่งมีคุณภาพดีแข็งแกร่งกว่าสำริดการดำรงชีวิตด้วยการเกษตรกรรมมีการติดต่อค้าขายระหว่างชุมชนต่าง2 สมัยประวัติศาสตร์เป็นยุคสมัยที่มนุษย์รู้จักการประดิษฐ์ตัวอักษรขึ้นมาใช้แล้วโดยได้มีการบันทึกเรื่องราวเหตุการณ์ต่างๆ ในยุคสมัยนั้นเป็นลายลักษณ์อักษรมักพบอยู่ตามผนังถ้ำแผ่นดินเหนียวแผ่นหินลงในใบลานและแผ่นโลหะ ชุมชนของมนุษย์ในภูมิภาคต่าง ๆ ก้าวเข้าสู่สมัยประวัติศาสตร์ในระยะเวลาไม่เท่ากันเนื่องด้วยความสามารถของมนุษย์ในการสร้างสรรค์อารยธรรมความเจริญที่แตกต่างกันดังนั้นสมัยประวัติศาสตร์ในทางสากลจึงแบ่งเป็น 3 ยุคย่อย ๆ ดังนี้2.1) ประวัติศาสตร์สมัยโบราณเริ่มตั้งแต่ความเจริญของแหล่งอารยธรรมเมโสโปเตเมียอารยธรรมอียิปต์โบราณและอารยธรรมกรีกโรมันจนกระทั่งสิ้นสุดลงเมื่อกรุงโรมซึ่งเป็นศูนย์กลางของจักรวรรดิถูกตีแตกโดยพวกอนารยชนในปี พ.ศ.10192.2) ประวัติศาสตร์สมัยกลางเริ่มภายหลังจากที่กรุงโรม (จักรวรรดิโรมันตะวันตก) ถูกพวกอนารยชนตีแตกในปี พ.ศ.1019 จนกระทั่งในปี พ.ศ.1996 สมัยกลางจึงสิ้นสุดลงเมื่อชนชาติเติร์กที่นับถือศาสนาอิสลามเข้าโจมตีกรุงคอนสแตนติโนเปิล(จักรวรรดิโรมันตะวันออก)2.3) ประวัติศาสตร์สมัยใหม่เริ่มภายหลังจากที่กรุงคอนสแตนติโนเปิลถูกตีแตกเมื่อปี พ.ศ.1996 เป็นต้นมาจนกระทั้งสิ้นสุดสงครามโลกครั้งที่ 2 ในปี พ.ศ.2488 มีเหตุการณ์สำคัญในยุคประวัติศาสตร์สมัยใหม่หลายประการเช่นการปฏิรูปศาสนาการเกิดลัทธิหรือแนวความคิดแบบเสรีนิยมประชาธิปไตยและคอมมิวนิสต์ทางด้านเศรษฐกิจมีการขยายตัวทางการค้าทางเรือสำเภาการแสวงหาดินแดนใหม่และปฏิวัติอุตสาหกรรม3) การแบ่งช่วงเวลาทางประวัติศาสตร์ตามแบบไทยนักประวัติศาสตร์นิยมแบ่งช่วงเวลาทางประวัติศาสตร์ตามแบบไทยที่มีลักษณะเป็นรูปแบบของตนเองดังนี้ดังนี้แบ่งตามสมัยหรือตามเวลาที่เริ่มมีตัวอักษร 3.1) โดยแบ่งได้ 2 สมัยสมัยก่อนประวัติศาสตร์หมายถึงยุคที่ยังไม่มีการบันทึกเรื่องราวเป็นลายลักษณ์อักษรแบ่งออกเป็นยุคหิน (ยุคหินเก่ายุคหินกลางยุคหินใหม่) และยุคโลหะ (ยุคสำริดยุคเหล็ก) โดยมีการขุดค้นพบหลักฐานทางโบราณคดีในภูมิภาคต่างๆ ของประเทศไทยตามลำดับสมัยประวัติศาสตร์หมายถึงยุคที่มนุษย์เริ่มมีการใช้ตัวอักษรบันทึกเรื่องราวเหตุการณ์ต่างๆ จากหลักฐานที่ค้นพบได้แก่หลักศิลาจารึก3.2) แบ่งยุคสมัยตามอาณาจักรได้มีการแบ่งยุคสมัยตามอาณาจักรได้แก่อาณาจักรทวารวดี(นครปฐม)อาณาจักรละโว้(ลพบุรี)อาณาจักรตามพรลิงค์(นครศรีธรรมราช)อาณาจักรศรีวิชัย(สุราษฎร์ธานี)อาณาจักรหริภุญชัย(ลำพูน)3.3) แบ่งยุคสมัยตามราชธานีเป็นการแบ่งยุคสมัยทางประวัติศาสตร์ตามราชธานีของไทยเรียงความลำดับเช่นสมัยสุโขทัยสมัยอยุธยาสมัยธนบุรีและสมัยรัตนโกสินทร์แบ่งยุคสมัยตามพระราชวงศ์ 3.4) เป็นการแบ่งยุคสมัยทางประวัติศาสตร์ตามพระราชวงศ์เช่นสมัยราชวงศ์พระร่วงของอาณาจักรสุโขทัยสมัยราชวงศ์อู่ทองสมัยราชวงศ์สุพรรณภูมิสมัยราชวงศ์สุโขทัยสมัยราชวงศ์ปราสาททองสมัยราชวงศ์บ้านพลูหลวงโดยทั้งหมดเป็นชื่อพระราชวงศ์ที่ครองราชย์สมบัติเป็นกษัตริย์ในสมัยอยุธยาราชวงศ์จักรีในสมัยรัตนโกสินทร์แบ่งยุคสมัยตามรัชกาล 3.5) เป็นการแบ่งยุคสมัยในช่วงเวลาที่พระมหากษัตริย์พระองค์นั้นครองราชย์อยู่ได้แก่รัชสมัยสมเด็จพระบรมไตรโลกนาถรัชสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราชและรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวแบ่งยุคสมัยตามระบอบการเมืองการปกครอง 3.6)
การแปล กรุณารอสักครู่..
ผลลัพธ์ (ไทย) 2:[สำเนา]
คัดลอก!
การแบ่งยุคสมัยทางประวัติศาสตร์1 เป็นยุคสมัยต่าง ๆ 2 สมัยคือ1) ดังนั้น เช่นเครื่องมือเครื่องใช้เครื่องประดับที่ทำจากหินโลหะ อาศัยพัฒนาการทางเทคโนโลยีแบบแผนการดำรงชีพและสังคมยุคสมัยทางธรณีวิทยานำมาใช้ร่วมกันในการกำหนดยุคสมัย ยุคหินเริ่มเมื่อประมาณ 500,000 ถึง 4,000 ปีล่วงมาแล้วแบ่งเป็น 3 ยุคย่อยดังนี้ยุคหินเก่า (500,000 - 10,000 ปีมาแล้ว) เป็นช่วงเวลาแรก ๆ ของมนุษยชาติ ในระยะแรกเครื่องมือจะมีลักษณะหยาบ ใช้สำหรับขุดสับและสับตัดมนุษย์ในยุคหินเก่าดำรงชีวิตอย่างเร่ร่อน (10,000 - 6,000 ปีมาแล้ว) (6,000 - 4,000 ปีมาแล้ว) เรียกว่าขวานหินขัด ๆ รู้จักตั้งถิ่นฐานเป็นหลักแหล่งรู้จักการเพาะปลูกเลี้ยงสัตว์ทำภาชนะดินเผา1.2) ยุคโลหะ แบ่ง ๆ สมัยได้ตามวัตถุของโลหะคือยุคสำริด (4,000 - 2,500 ปีมาแล้ว) (2,500 - 1,500 ปีมาแล้ว) ซึ่งมีคุณภาพดีแข็งแกร่งกว่าสำริดการดำรงชีวิตด้วยการเกษตรกรรม สมัยประวัติศาสตร์ ๆ ในยุคสมัยนั้นเป็นลายลักษณ์อักษรมักพบอยู่ตามผนังถ้ำแผ่นดินเหนียวแผ่นหินใบลาน ก้าวเข้าสู่สมัยประวัติศาสตร์ในระยะเวลาไม่เท่ากัน ดังนั้นสมัยประวัติศาสตร์ในทางสากลจึงแบ่งเป็น 3 ยุคย่อย ๆ ดังนี้2.1) ประวัติศาสตร์สมัยโบราณ เมโสโปเตเมียอารยธรรมอียิปต์โบราณและอารยธรรมกรีกโรมันจนกระทั่งสิ้นสุดลงเมื่อกรุงโรม พ.ศ. 1019 2.2) ประวัติศาสตร์สมัยกลางเริ่มภายหลังจากที่กรุงโรม พ.ศ. 1019 จนกระทั่งในปี พ.ศ. 1996 สมัยกลางจึงสิ้นสุดลงเมื่อชนชาติเติร์ก ประวัติศาสตร์สมัยใหม่ เมื่อปี พ.ศ. 1996 เป็นต้นมาจนกระทั้งสิ้นสุดสงครามโลกครั้งที่ 2 ในปี พ.ศ. 2488 เช่นการปฏิรูปศาสนา ประชาธิปไตยและคอมมิวนิสต์ทางด้านเศรษฐกิจมีการขยายตัวทางการค้าทางเรือสำเภา ที่มีลักษณะเป็นรูปแบบของตนเองดังนี้3.1) โดยแบ่งได้ 2 สมัยดังนี้สมัยก่อนประวัติศาสตร์หมายถึง แบ่งออกเป็นยุคหิน (ยุคหินเก่ายุคหินกลางยุคหินใหม่) และยุคโลหะ (ยุคสำริดยุคเหล็ก) ๆ หมายถึง ๆ จากหลักฐานที่ค้นพบ ได้แก่ หลักศิลาจารึก3.2) แบ่งยุคสมัยตามอาณาจักรได้มีการแบ่งยุคสมัยตามอาณาจักร ได้แก่ อาณาจักรทวารวดี (นครปฐม) อาณาจักรละโว้ (ลพบุรี) อาณาจักรตามพรลิงค์ (นครศรีธรรมราช) อาณาจักรศรีวิชัย (สุราษฎร์ธานี) อาณาจักรหริภุญชัย (ลำพูน) 3.3) แบ่งยุคสมัยตามราชธานี ตามราชธานีของไทยเรียงความลำดับเช่นสมัยสุโขทัยสมัยอยุธยาสมัยธนบุรีและสมัยรัตนโกสินทร์3.4) แบ่งยุคสมัยตามพระราชวงศ์ เช่นสมัยราชวงศ์พระร่วงของอาณาจักรสุโขทัยสมัยราชวงศ์อู่ทองสมัยราชวงศ์สุพรรณภูมิสมัยราชวงศ์สุโขทัยสมัยราชวงศ์ปราสาททองสมัยราชวงศ์บ้านพลูหลวงโดยทั้งหมดเป็นชื่อ ราชวงศ์จักรีในสมัยรัตนโกสินทร์3.5) แบ่งยุคสมัยตามรัชกาล ได้แก่ รัชสมัยสมเด็จพระบรมไตรโลกนาถรัชสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช




































การแปล กรุณารอสักครู่..
ผลลัพธ์ (ไทย) 3:[สำเนา]
คัดลอก!
การแบ่งยุคสมัยทางประวัติศาสตร์

1 การแบ่งช่วงเวลาทางประวัติศาสตร์ตามแบบสากล

จุดมุ่งหมายในการแบ่งช่วงเวลาทางประวัติศาสตร์เป็นยุคสมัยต่างจะเพื่อให้เกิดความสะดวกในการศึกษาค้นคว้าเรื่องราวของมนุษย์ในอดีตและช่วยให้เข้าใจง่ายขึ้นช่วงเวลาทางประวัติศาสตร์ตามแบบสากลแบ่งออกเป็น 2 สมัย1 )


สมัยก่อนประวัติศาสตร์สมัยก่อนประวัติศาสตร์เป็นช่วงเวลาที่มนุษย์ยังไม่รู้จักการประดิษฐ์ตัวอักษรขึ้นใช้จึงยังไม่มีหลักฐานทางประวัติศาสตร์ที่เป็นลายลักษณ์อักษรดังนั้นการศึกษาเรื่องราวของมนุษย์สมัยก่อนประวัติศาสตร์เช่นเครื่องมือเครื่องใช้เครื่องประดับที่ทำจากหินโลหะและโครงกระดูกมนุษย์

ปัจจุบันการกำหนดอายุสมัยก่อนประวัติศาสตร์ในประเทศไทยอาศัยพัฒนาการทางเทคโนโลยีแบบแผนการดำรงชีพและสังคมยุคสมัยทางธรณีวิทยานำมาใช้ร่วมกันในการกำหนดยุคสมัย



1.1 ) ยุคหินเริ่มเมื่อประมาณ 500000 ถึง 4000 . ล่วงมาแล้วแบ่งเป็น 3 ยุคย่อยดังนี้
ยุคหินเก่า ( 500000 – 10000 ปีมาแล้ว ) เป็นช่วงเวลาแรกจะของมนุษยชาติมนุษย์รู้จักใช้เครื่องมือขวานหินกะเทาะในระยะแรกเครื่องมือจะมีลักษณะหยาบโดยนำหินกรวดแม่น้ำมากะเทาะเพียงด้านเดียวและไม่ได้กะเทาะหมดทั้งก้อนมนุษย์ในยุคหินเก่าดำรงชีวิตอย่างเร่ร่อนล่าสัตว์และหาของป่ากินเป็นอาหาร
ยุคหินกลาง ( 10 , 000 – 6 , 000 ปีมาแล้ว ) เป็นช่วงเวลาที่มนุษย์รู้จักทำเครื่องมือเครื่องใช้สำหรับล่าสัตว์ด้วยหินที่มีความประณีตมากขึ้นและมนุษย์ในยุคหินกลางเริ่มรู้จักการอยู่รวมกลุ่มเป็นสังคมมากขึ้น
ยุคหินใหม่ ( 6000 – 4000 ปีมาแล้ว ) เป็นช่วงเวลาที่มนุษย์รู้จักทำเครื่องมือด้วยหินขัดเป็นมันเรียบเรียกว่าขวานหินขัดใช้สำหรับตัดเฉือนแบบมีดหรือต่อด้ามเพื่อใช้เป็นเครื่องมือขุดหรือถากมนุษย์ยุคหินใหม่มีความเจริญมากกว่ายุคก่อนรู้จักตั้งถิ่นฐานเป็นหลักแหล่งรู้จักการเพาะปลูกเลี้ยงสัตว์ทำภาชนะดินเผา
1.2 ) ยุคโลหะเป็นช่วงที่มนุษย์มีพัฒนาการด้านการทำเครื่องมือเครื่องใช้โดยรู้จักการนำแร่ธาตุมาถลุงและหลอมใช้หล่อทำเป็นอาวุธหรือเครื่องมือและเครื่องประดับต่างจะแบ่งสมัยได้ตามวัตถุของโลหะความ
ยุคสำริด ( 4 , 000 – 2500 ปีมาแล้ว ) เป็นช่วงเวลาที่มนุษย์รู้จักใช้โลหะสำริด ( ทองแดงผสมดีบุก ) ทำเครื่องมือเครื่องใช้และเครื่องประดับมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีกว่ายุคหินอาศัยอยู่ร่วมกันเป็นชุมชนขนาดใหญ่ขึ้นยุคเหล็ก ( 2500 และ 1500 ปีมาแล้ว ) เป็นช่วงเวลาที่มนุษย์รู้จักนำเหล็กมาทำเป็นเครื่องมือเครื่องใช้ซึ่งมีคุณภาพดีแข็งแกร่งกว่าสำริดการดำรงชีวิตด้วยการเกษตรกรรมมีการติดต่อค้าขายระหว่างชุมชนต่าง
2 ) สมัยประวัติศาสตร์เป็นยุคสมัยที่มนุษย์รู้จักการประดิษฐ์ตัวอักษรขึ้นมาใช้แล้วโดยได้มีการบันทึกเรื่องราวเหตุการณ์ต่างจะในยุคสมัยนั้นเป็นลายลักษณ์อักษรมักพบอยู่ตามผนังถ้ำแผ่นดินเหนียวแผ่นหินใบลานชุมชนของมนุษย์ในภูมิภาคต่างๆก้าวเข้าสู่สมัยประวัติศาสตร์ในระยะเวลาไม่เท่ากันเนื่องด้วยความสามารถของมนุษย์ในการสร้างสรรค์อารยธรรมความเจริญที่แตกต่างกันดังนั้นสมัยประวัติศาสตร์ในทางสากลจึงแบ่งเป็น 3ดังนี้
2 .1 ) ประวัติศาสตร์สมัยโบราณเริ่มตั้งแต่ความเจริญของแหล่งอารยธรรมเมโสโปเตเมียอารยธรรมอียิปต์โบราณและอารยธรรมกรีกโรมันจนกระทั่งสิ้นสุดลงเมื่อกรุงโรมพ .ศ . 1019
2.2 ) ประวัติศาสตร์สมัยกลางเริ่มภายหลังจากที่กรุงโรม ( จักรวรรดิโรมันตะวันตก ) ถูกพวกอนารยชนตีแตกในปีพ . ศ . 1019 จนกระทั่งในปีพ . ศ .1996 สมัยกลางจึงสิ้นสุดลงเมื่อชนชาติเติร์กที่นับถือศาสนาอิสลามเข้าโจมตีกรุงคอนสแตนติโนเปิล ( จักรวรรดิโรมันตะวันออก )
2 ) ประวัติศาสตร์สมัยใหม่เริ่มภายหลังจากที่กรุงคอนสแตนติโนเปิลถูกตีแตกเมื่อปีพ . ศ .1996 เป็นต้นมาจนกระทั้งสิ้นสุดสงครามโลกครั้งที่ 2 สามารถพ . ศ .2488 มีเหตุการณ์สำคัญในยุคประวัติศาสตร์สมัยใหม่หลายประการเช่นการปฏิรูปศาสนาการเกิดลัทธิหรือแนวความคิดแบบเสรีนิยมประชาธิปไตยและคอมมิวนิสต์ทางด้านเศรษฐกิจมีการขยายตัวทางการค้าทางเรือสำเภา3 ) การแบ่งช่วงเวลาทางประวัติศาสตร์ตามแบบไทย
นักประวัติศาสตร์นิยมแบ่งช่วงเวลาทางประวัติศาสตร์ตามแบบไทยที่มีลักษณะเป็นรูปแบบของตนเองดังนี้

31 ) แบ่งตามสมัยหรือตามเวลาที่เริ่มมีตัวอักษรโดยแบ่งได้สมัยดังนี้
2สมัยก่อนประวัติศาสตร์หมายถึงยุคที่ยังไม่มีการบันทึกเรื่องราวเป็นลายลักษณ์อักษรแบ่งออกเป็นยุคหิน ( ยุคหินเก่ายุคหินกลางยุคหินใหม่ ) และยุคโลหะ ( ยุคสำริดยุคเหล็ก )จะของประเทศไทยตามลำดับ
สมัยประวัติศาสตร์หมายถึงยุคที่มนุษย์เริ่มมีการใช้ตัวอักษรบันทึกเรื่องราวเหตุการณ์ต่างจะจากหลักฐานที่ค้นพบได้แก่หลักศิลาจารึก
32 ) แบ่งยุคสมัยตามอาณาจักรได้มีการแบ่งยุคสมัยตามอาณาจักรได้แก่อาณาจักรทวารวดี ( นครปฐม ) อาณาจักรละโว้ ( ลพบุรี ) อาณาจักรตามพรลิงค์ ( นครศรีธรรมราช ) อาณาจักรศรีวิชัย ( สุราษฎร์ธานี ) อาณาจักรหริภุญชัย ( ลำพูน )
33 ) แบ่งยุคสมัยตามราชธานีเป็นการแบ่งยุคสมัยทางประวัติศาสตร์ตามราชธานีของไทยเรียงความลำดับเช่นสมัยสุโขทัยสมัยอยุธยาสมัยธนบุรีและสมัยรัตนโกสินทร์
34 ) แบ่งยุคสมัยตามพระราชวงศ์เป็นการแบ่งยุคสมัยทางประวัติศาสตร์ตามพระราชวงศ์เช่นสมัยราชวงศ์พระร่วงของอาณาจักรสุโขทัยสมัยราชวงศ์อู่ทองสมัยราชวงศ์สุพรรณภูมิสมัยราชวงศ์สุโขทัยสมัยราชวงศ์ปราสาททองโดยทั้งหมดเป็นชื่อพระราชวงศ์ที่ครองราชย์สมบัติเป็นกษัตริย์ในสมัยอยุธยาราชวงศ์จักรีในสมัยรัตนโกสินทร์
3 .5 ) แบ่งยุคสมัยตามรัชกาลเป็นการแบ่งยุคสมัยในช่วงเวลาที่พระมหากษัตริย์พระองค์นั้นครองราชย์อยู่ได้แก่รัชสมัยสมเด็จพระบรมไตรโลกนาถรัชสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช3.6 ) แบ่งยุคสมัยตามระบอบการเมืองการปกครอง
การแปล กรุณารอสักครู่..
 
ภาษาอื่น ๆ
การสนับสนุนเครื่องมือแปลภาษา: กรีก, กันนาดา, กาลิเชียน, คลิงออน, คอร์สิกา, คาซัค, คาตาลัน, คินยารวันดา, คีร์กิซ, คุชราต, จอร์เจีย, จีน, จีนดั้งเดิม, ชวา, ชิเชวา, ซามัว, ซีบัวโน, ซุนดา, ซูลู, ญี่ปุ่น, ดัตช์, ตรวจหาภาษา, ตุรกี, ทมิฬ, ทาจิก, ทาทาร์, นอร์เวย์, บอสเนีย, บัลแกเรีย, บาสก์, ปัญจาป, ฝรั่งเศส, พาชตู, ฟริเชียน, ฟินแลนด์, ฟิลิปปินส์, ภาษาอินโดนีเซี, มองโกเลีย, มัลทีส, มาซีโดเนีย, มาราฐี, มาลากาซี, มาลายาลัม, มาเลย์, ม้ง, ยิดดิช, ยูเครน, รัสเซีย, ละติน, ลักเซมเบิร์ก, ลัตเวีย, ลาว, ลิทัวเนีย, สวาฮิลี, สวีเดน, สิงหล, สินธี, สเปน, สโลวัก, สโลวีเนีย, อังกฤษ, อัมฮาริก, อาร์เซอร์ไบจัน, อาร์เมเนีย, อาหรับ, อิกโบ, อิตาลี, อุยกูร์, อุสเบกิสถาน, อูรดู, ฮังการี, ฮัวซา, ฮาวาย, ฮินดี, ฮีบรู, เกลิกสกอต, เกาหลี, เขมร, เคิร์ด, เช็ก, เซอร์เบียน, เซโซโท, เดนมาร์ก, เตลูกู, เติร์กเมน, เนปาล, เบงกอล, เบลารุส, เปอร์เซีย, เมารี, เมียนมา (พม่า), เยอรมัน, เวลส์, เวียดนาม, เอสเปอแรนโต, เอสโทเนีย, เฮติครีโอล, แอฟริกา, แอลเบเนีย, โคซา, โครเอเชีย, โชนา, โซมาลี, โปรตุเกส, โปแลนด์, โยรูบา, โรมาเนีย, โอเดีย (โอริยา), ไทย, ไอซ์แลนด์, ไอร์แลนด์, การแปลภาษา.

Copyright ©2026 I Love Translation. All reserved.

E-mail: