1.1 ข้อจ ากัดทางชีววิทยาและวงจรชีวิตของเต่าทะเลเอง ท าให้อัตราการรอดต่ ามาก
การเจริญเติบโตช้าการเพิ่มประชากรจึงช้า เนื่องจากลูกเต่าทะเลที่เกิดใหม่มีขนาดเล็ก เมื่อออกสู่ทะเลจะ
เป็นอาหารของสัตว์อื่นจ านวนมาก และต้องใช้ชีวิตผจญภัยอยู่ในทะเลลึก 1-2 ปี จึงกลับสู่แหล่งหากินชายฝั่ง
และต้องใช้เวลา 10-20 ปี จึงโตพอที่จะสามารถแพร่พันธุ์ได้ จากการศึกษาพบว่าเต่าทะเลในธรรมชาติมี
อัตรารอดเพียง 0.1% อัตราการเพิ่มของประชากรในธรรมชาติจึงต่ ามาก
1.2 การถูกท าร้ายจากสัตว์ที่มีขนาดใหญ่กว่า นอกจากลูกเต่าแรกกิดมีขนาดเล็กที่
เป็นอาหารของปลาขนาดใหญ่ต่างๆ เต่าทะเลขนาดใหญ่ยังพบถูกสัตว์ประเภทปลาฉลามท าร้าย หรือกิน
เป็นอาหารได้อีกด้วย
1.3 การเจ็บป่วยและโรคในธรรมชาติ ในธรรมชาติเต่าทะเลก็มีการเจ็บป่วยหรือติด
เชื้อได้เช่นกัน เนื่องจากเต่าทะเลเป็นสัตว์ที่หายใจด้วยปอด โรคปอดจึงเป็นปัญหาหลักอย่างหนึ่ง
นอกจากนั้นยังพบเต่าทะเลที่ป่วยเกยตื้นหรือเสียชีวิตจากโรคตับ และพยาธิ์อื่น ๆ จากรายงานของ Kanjana
and Wannasa (2002) พบเต่าทะเลที่ถูกจับและเกยตื้น ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2534-2545 จ านวน 61.7% เป็น
สาเหตุที่เต่าทะเลป่วยและตายเกยหาด ส่วนที่เหลือเกิดจากการท าการประมง ในส่วนที่ป่วยและตายเกย
หาดนี้ มีเพียงไม่กี่ตัวที่ได้มีการพิสูจน์ซาก และและสามารถระบุอาการของการเกิดโรคได้ โดยสังเกตุจาก
29
ลักษณะที่ผิดปกติของอวัยวะบางส่วน เช่นปอด ตับ ไต และอื่น
ๆ แต่ส่วนใหญ่ไม่สามารถจ าแนกชนิดของโรคได้ เนื่องจากเต่า
ทะเลตายมาหลายวันก่อนที่จะเกยหาด ซึ่งสภาพที่พบอยู่ใน
สภาพเน่าเปื่อยแล้ว
1.4 ภัยจากปรากฏการณ์ธรรมชาติเช่น การแปรปรวนของสภาพอากาศ เช่นการเกิด
พายุรุนแรง การเกิดแผ่นดินไหวใต่ทะเล การเกิดคลื่นใต้น้ ารุนแรง (Tsunami) ดังที่เคยเกิดในทวีปเอเชียเมื่อ
เดือนธันวาคม 2547 สัตว์ทะเลที่อาศัยตามชายฝั่งหลายชนิดเป็นอันตรายจากคลื่นใต้น้ านี้ รวมทั้งเต่าทะเล
ซึ่งถูกคลื่นซัดมาเกยหาดไม่น้อยกว่า 37 ตัว ในจ านวนนี้ตายแล้วจ านวน 6 ตัว ส่วนที่เหลือได้ท าการ
ช่วยชีวิต และปล่อยกลับสู่ทะเลในที่สุด (