เทศกาลอีสเตอร์ เทศกาลอีสเตอร์เป็นเทศกาลที่สำคัญที่สุดในศาสนาคริสต์ เเล การแปล - เทศกาลอีสเตอร์ เทศกาลอีสเตอร์เป็นเทศกาลที่สำคัญที่สุดในศาสนาคริสต์ เเล ไทย วิธีการพูด

เทศกาลอีสเตอร์ เทศกาลอีสเตอร์เป็นเท

เทศกาลอีสเตอร์

เทศกาลอีสเตอร์เป็นเทศกาลที่สำคัญที่สุดในศาสนาคริสต์ เเละ ศาสนายิว คริสตศาสนิกชนเฉลิมฉลองเทศกาลอีสเตอร์ เนื่องจากเป็นวันสิ้นพระชนม์ของพระเยซูคริสต์ เเละ พระองค์ได้ ฟื้นคืนชีพมาอีกครั้ง จากการประชุมในโบสถ์ที่ Nicaea เมื่อปี ค.ศ 325 หลังจากที่พระเยซูสิ้นพระชนม์ ก็มีการ เฉลิมฉลองเทศกาล อีสเตอร์ วันอาทิตย์เเรกนับจากพระจันทร์เต็มดวงครั้งเเรกหลัง จากวันที่พระอาทิตย์ได้โคจรผ่านครึ่งจากเหนือถึงใต้ (vårdagjämningen) ประมาณ ค.ศ 200 ทางศาสนาคริสต์ ได้ตกลงกันว่าให้มีการอดอาหารเป็นเวลา 40 วัน ก่อนวันอีสเตอร์ เพื่อเป็นการระลึกถึงพระเยซูคริสต์ที่ติดอยู่ กลางทะเลทราย เเละ หนึ่งวันก่อนวันอีสเตอร์ตามโบสถ์ต่างๆ จะจุดเทียนทุกเล่มที่ดับ เพื่อเฉลิมฉลองที่ช่วงเวลาการของ การอดอาหารได้หมดสิ้นลง
ปัจจุบันี้เราเฉลิมฉลองกันในวันอีสเตอร์เป็นส่วนใหญ่ เเต่เมื่อสมัยก่อนนานมาเเล้วจะฉลองกันในวันสุดท้ายของ การอดอาหาร ผู้คนจะทำความสะอาดบ้านเรือนของตน ก่อนวันอีสเตอร์ เเต่ในปัจจุบับ วันก่อนวันอีสเตอร์คือวันสำคัญ เเละ เป็นวันที่เริ่มมีการจัดงานฉลองกัน เทศกาลอีสเตอร์จะ ไม่ตรงกันในเเต่ละปี เเละ การฉลอง ก็เเตกต่างกันระหว่าง ภาคเหนือเเละภาคใต้ของสวีเดน
ทางภาคใต้เมื่อถึงเทศกาลอีสเตอร์ก็เข้าฤดูใบไม้ผลิพอดี ซึ่งก็ถือว่าเป็นเทศกาลของทั้งครอบครัว เเต่ทางภาคเหนือ เห็นว่าเป็นเทศกาลของผู้ใหญ่ ถึงเเม้ว่ากาลเวลาเปลี่ยนไปเเล้ว ก็ตามการเฉลิมฉลอง เทศกาลนี้ก็ยังคงมีอยู่ ในปัจจุบัน


Palmsöndag (ซาล์มเซินดอก - วันอาทิตย์ก่อนถึงวันอีสเตอร์ )
วันนี้เป็นวันที่เริ่มต้นของสัปดาห์เเห่งเทศกาลอีสเตอร์ เเละ ได้รับชื่อนี้มาจากคัมภีร์ไบเบิลที่เขียนระบุไว้ว่า ในวันอาทิตย์ ผู้คนได้นำเอากิ่งก้านปาล์มมาวางลงบนพื้น เพื่อที่พระเยซูคริสต์จะได้ขี่ลาผ่านไป

Blåmåndag (โบลโมนดอก -วันจันทร์สีฟ้า)
วันนี้ได้ชื่อมาจาก ภาษาเยอรมัน ”Blauer Montag” ซึ่งเชื่อมโยง เรื่องราวไปถึง กาลเวลาครั้งเมื่อ ทางตอนใต้ของประเทศเยอรมัน ได้ตกเเต่งโบสถ์ด้วยสีฟ้าในวันนี้


Fettisdag (เฟ๊ตทีสดอก - วันอังคารไขมัน)
มาจากคำว่า fet ที่เเปลว่า ไขมัน เเละ tisdag ที่เเปลว่า วัอังคาFettisdagen เป็นวันอังคาร เเละ วันสุดท้ายก่อนที่วันที่ ชาวคริสต์อดอาหาร เเละ เป็นวันที่เริ่มประเพณีการรับประทาน ขนมปังใส้ครีมที่มีชื่อว่าเซ่ม (semla)
Dymmelonsdag (ดีมเมลอุ้นสดอก- วันพุทธก่อนอีสเตอร์)
ชื่อมาจากโลหะที่เป็นกระดิ่งของระฆังที่โบสถ์ วันนี้จะเเทน ด้วยท่อนไม้ เพื่อที่จะทำให้เสียงระฆังกังวานน้อยลงเพราะ เป็นสัปดาห์เเห่งความเงียบสงบ

Skartorsdag (เเครฺทูชดอก - วันพุฤหัสก่อนอีสเตอร์)
วันนี้เป็นวันที่ระลึกถึงวันที่พระเยซูคริสต์ริเริ่ม nattvarden ภาพวาดบนฝาฝนัง ที่ ลีโอนารโด ดาวินชีได้วาดไว้ ประมาณปี ค.ศ 1495-1498 ในโบสถ์เมือง Santa Maria delle Grazie เมือง Milano เป็นรูปอาหารมื้อสุดท้าย ที่พระเยซูคริสต์เสวย ชื่อของวันนี้มีที่มาคือ พระเยซูคริสต์ได้ ล้างเท้าให้เเก่สาวกของท่าน ก่อนที่จะเสวย อาหารมื้อสุดท้าย คำว่า ”skära” เเปลว่า ”สะอาด”
Langfredag (ลองเฟรียดอก - วันศุกร์ที่ยาวนาน )
วันนี้เป็นวันที่ระลึกถึงพระเยซูคริสต์ที่ถูกตอกตรึงไว้กับไม้กางเขน เเละ สิ้นพระชนม์ที่ Golgata ประเพณีนี้เริ่ม ที่เมือง Jerusalem ในช่วงปี ค.ศ 300 เเต่ทางเเถบสเเกนดิเนเวียนับเป็นวันสำคัญทางศาสนาเมื่อประมาณปี ค.ศ 1600 วันศุกร์ที่ยาวนานนี้ จะเป็นวันเเห่งความเงียบสงบ เเละ ผู้คนจะสวมใส่เสื้อผ้าสีดำ เเละ ไปโบสถ์ ผู้คนจะไม่ทำกิจกรรมใดๆ มันจะเป็นวันที่เงียบสงบเพื่อ ระลึกถึงพระเยซูคริสต์ที่ถูกตรึงบนไม้กางเขนจน สิ้นพระชนม์
Paskafton (โพสคฺอัฟต้อน - วันก่อนวันอีสเตอร์ )
ที่จริงเเล้วเราฉลองวันอีสเตอร์กันวันเสาร์ ในสัปดาห์เเห่งความเงียบสงบ เเต่มันก็ยังไม่เป็นวันอีสเตอร์ ผู้คนก็ ต้องรอจนถึงเที่ยงคืน วันอีสเตอร์เป็นวันที่ชาวคริสตศาสนิกชนดีใจ เเต่ชาวสวีเดนฉลองเทศกาลกันในวัน ก่อนอีสเตอร์ด้วยอาหาร เเละ เครื่องดื่ม ส่วนใหญ่จะมีเเต่ เรื่อง อาหาร ไข่อีสเตอร์ ขนมหวาน เเละ ลูกกวาด
Paskdagen (โพสคฺด๊อกเก่น - วันอีสเตอร์)
ที่จริงเเล้ววันอีสเตอร์เป็นวันที่ผู้เลื่อมใสในศาสนาเฉลิมฉลองกัน เพราะตามคัมภีร์ไบเบิลเป็นวันที่พระเยซูคริสต์ ได้ฟื้นคืนชีพจากความตาย เเละ เป็นวันสำคัญทางศาสนา
Paskkarringar (โพสคฺเเชรริ่ง- ยายเเก่/ยายเฒ่าอีสเตอร์)
การเเต่งตัวเป็นยายเเก่/ยายเฒ่าเป็นประเพณีเก่าเเก่ของชาวสวีเดน ที่เกี่ยวกับเรื่องเล่าที่ว่า เเม่มดขี่ไม้กวาดเหาะไปที่ ภูเขาสีฟ้า เพื่อไปงานเฉลิมฉลองกับพญายม มันเป็นเรื่องเล่าเก่าเเก่ ที่มีมานานเเละเล่าขานกันต่อๆมา
วันนี้เป็นวันที่เด็กๆจะเเต่งตัวเป็นยายเเก่ ที่มีเครื่องแต่งกายที่ประกอบด้วย กระโปรง ผ้ากันเปื้อน เเละ มีผ้าโพกผม เด็กจะเดินรอบๆ หมู่บ้าน หรือ รอบเมือง เเละ นำเอารูปวาดเล็กๆที่พวกเขาวาดเองไปเเจก ผู้ใหญ่ก็จะให้รางวัลเด็กๆ ด้วย ลูกกวาด หรือ ท๊อฟฟี่ เเละ ของขวัญอื่นๆ
Paskagget (โพสคฺเอ็กเก็ท - ไข่อีสเตอร์)
วันอีสเตอร์ฉลองวันที่พระผู้เป็นเจ้าฟื้นคืนชีพ ในประเทศสวีเดนก็เฉลิมฉลองฤดูใบไม้ผลิด้วย เพราะเป็นฤดูเเห่งการเกิดใหม่ที่อุดมสมบูรณ์ เเละ สัญญาลักษณ์เเห่งการเกิดใหม่คือ ไข่ ประเพณีไข่อีสเตอร์มี มานานกว่า 3000 ปี ได้มีการระบายสีไข่ในเเถบเปอร์เชีย เเละ ส่วนอื่นของโลก
ที่มาก็เนื่องมาจากช่วงเวลาการอดอาหาร ช่วงที่ผู้คนอด อาหารก่อนวันอีสเตอร์ เเม่ไก่ก็ออกไข่ไปตามปกติ เมื่อคนไม่ได้รับประทานอาหาร จำนวนไข่ก็เพิ่มพูนมากขึ้น ผู้คนจึงนำไข่มาทำอะไรอย่างอื่น นอกเหนือจาก การนำมาเป็นอาหาร มีการนำไข่มาระบายสี เเละ ตกเเต่งให้สวยงาม เเล้วนำไป ให้เป็นของขวัญเเก่กันเเละกัน ประเพณีนี้มี การฉลองในประเทศอื่นๆ ทั่วโลก



สัญลักษณ์ของวันอีสเตอร์

สัญลักษณ์ของวันอีสเตอร์ นั้นได้แก่สิ่งที่สื่อถึงความสุข สมหวัง ชัยชนะ ความอบอุ่น ความสดใส
ไข่
:
สื่อถึงชีวิตใหม่ ไข่ ถือเป็นสัญลักษณ์ของการบังเกิดใหม่หรือมีชีวิตใหม่ กางเขนและอุโมงค์ที่ว่างเปล่า เป็นสัญลักษณ์ของการเป็นขึ้นมาจากความตายของพระเยซูคริสต์ มีคนกล่าวว่าคริสเตียนแท้มักจะดำเนินชีวิตโดยยึดหลักการที่ว่า พระเยซูคริสต์ได้สิ้นพระชนม์ในวันศุกร์ประเสริฐเพื่อเราเมื่อวานนี้ และทรงเป็นขึ้นมาจากความตายในวันอาทิตย์อีสเตอร์ และทรงสถิตอยู่กับเราในวันนี้ และพระองค์
0/5000
จาก: -
เป็น: -
ผลลัพธ์ (ไทย) 1: [สำเนา]
คัดลอก!
เทศกาลอีสเตอร์ เทศกาลอีสเตอร์เป็นเทศกาลที่สำคัญที่สุดในศาสนาคริสต์เเละศาสนายิวคริสตศาสนิกชนเฉลิมฉลองเทศกาลอีสเตอร์เนื่องจากเป็นวันสิ้นพระชนม์ของพระเยซูคริสต์เเละพระองค์ได้ฟื้นคืนชีพมาอีกครั้งจากการประชุมในโบสถ์ที่ไนเซียเมื่อปีค.ศ 325 หลังจากที่พระเยซูสิ้นพระชนม์ก็มีการเฉลิมฉลองเทศกาลอีสเตอร์วันอาทิตย์เเรกนับจากพระจันทร์เต็มดวงครั้งเเรกหลังจากวันที่พระอาทิตย์ได้โคจรผ่านครึ่งจากเหนือถึงใต้ (vårdagjämningen) ประมาณค.ศ 200 ทางศาสนาคริสต์ได้ตกลงกันว่าให้มีการอดอาหารเป็นเวลา 40 วันก่อนวันอีสเตอร์ เพื่อเป็นการระลึกถึงพระเยซูคริสต์ที่ติดอยู่กลางทะเลทรายเเละหนึ่งวันก่อนวันอีสเตอร์ตามโบสถ์ต่าง ๆ จะจุดเทียนทุกเล่มที่ดับเพื่อเฉลิมฉลองที่ช่วงเวลาการของการอดอาหารได้หมดสิ้นลงปัจจุบันี้เราเฉลิมฉลองกันในวันอีสเตอร์เป็นส่วนใหญ่เเต่เมื่อสมัยก่อนนานมาเเล้วจะฉลองกันในวันสุดท้ายของการอดอาหารผู้คนจะทำความสะอาดบ้านเรือนของตนก่อนวันอีสเตอร์เเต่ในปัจจุบับวันก่อนวันอีสเตอร์คือวันสำคัญเเละเป็นวันที่เริ่มมีการจัดงานฉลองกันเทศกาลอีสเตอร์จะไม่ตรงกันในเเต่ละปีเเละการฉลองก็เเตกต่างกันระหว่างภาคเหนือเเละภาคใต้ของสวีเดน ทางภาคใต้เมื่อถึงเทศกาลอีสเตอร์ก็เข้าฤดูใบไม้ผลิพอดีซึ่งก็ถือว่าเป็นเทศกาลของทั้งครอบครัวเเต่ทางภาคเหนือเห็นว่าเป็นเทศกาลของผู้ใหญ่ถึงเเม้ว่ากาลเวลาเปลี่ยนไปเเล้วก็ตามการเฉลิมฉลองเทศกาลนี้ก็ยังคงมีอยู่ในปัจจุบัน Palmsöndag (ซาล์มเซินดอก - วันอาทิตย์ก่อนถึงวันอีสเตอร์) วันนี้เป็นวันที่เริ่มต้นของสัปดาห์เเห่งเทศกาลอีสเตอร์เเละได้รับชื่อนี้มาจากคัมภีร์ไบเบิลที่เขียนระบุไว้ว่าในวันอาทิตย์ผู้คนได้นำเอากิ่งก้านปาล์มมาวางลงบนพื้นเพื่อที่พระเยซูคริสต์จะได้ขี่ลาผ่านไป Blåmåndag (โบลโมนดอก - วันจันทร์สีฟ้า) วันนี้ได้ชื่อมาจากภาษาเยอรมัน "Blauer Montag" ซึ่งเชื่อมโยงเรื่องราวไปถึงกาลเวลาครั้งเมื่อทางตอนใต้ของประเทศเยอรมันได้ตกเเต่งโบสถ์ด้วยสีฟ้าในวันนี้ Fettisdag (เฟ๊ตทีสดอก - วันอังคารไขมัน) มาจากคำว่า fet ที่เเปลว่าไขมันเเละ tisdag ที่เเปลว่า วัอังคาFettisdagen เป็นวันอังคารเเละวันสุดท้ายก่อนที่วันที่ชาวคริสต์อดอาหารเเละเป็นวันที่เริ่มประเพณีการรับประทานขนมปังใส้ครีมที่มีชื่อว่าเซ่ม (semla) Dymmelonsdag (ดีมเมลอุ้นสดอก-วันพุทธก่อนอีสเตอร์) ชื่อมาจากโลหะที่เป็นกระดิ่งของระฆังที่โบสถ์วันนี้จะเเทนด้วยท่อนไม้เพื่อที่จะทำให้เสียงระฆังกังวานน้อยลงเพราะเป็นสัปดาห์เเห่งความเงียบสงบ Skartorsdag (เเครฺทูชดอก - วันพุฤหัสก่อนอีสเตอร์) วันนี้เป็นวันที่ระลึกถึงวันที่พระเยซูคริสต์ริเริ่ม nattvarden ภาพวาดบนฝาฝนังลีโอนารโดดาวินชีได้วาดไว้ประมาณปีค.ศปี 1495-เบงในโบสถ์เมืองซานตามาเรียเดลเล Grazie เมืองมิลาโนเป็นรูปอาหารมื้อสุดท้ายที่พระเยซูคริสต์เสวยชื่อของวันนี้มีที่มาคือพระเยซูคริสต์ได้ล้างเท้าให้เเก่สาวกของท่านก่อนที่จะเสวยอาหารมื้อสุดท้ายคำว่า "skära" เเปลว่า "สะอาด" Langfredag (ลองเฟรียดอก - วันศุกร์ที่ยาวนาน) วันนี้เป็นวันที่ระลึกถึงพระเยซูคริสต์ที่ถูกตอกตรึงไว้กับไม้กางเขนเเละสิ้นพระชนม์ที่ Golgata ประเพณีนี้เริ่มที่เมืองเยรูซาเล็มในช่วงปีค.ศ 300 เเต่ทางเเถบสเเกนดิเนเวียนับเป็นวันสำคัญทางศาสนาเมื่อประมาณปีค.ศ 1600 วันศุกร์ที่ยาวนานนี้จะเป็นวันเเห่งความเงียบสงบเเละผู้คนจะสวมใส่เสื้อผ้าสีดำเเละไปโบสถ์ผู้คนจะไม่ทำกิจกรรมใด ๆ มันจะเป็นวันที่เงียบสงบเพื่อระลึกถึงพระเยซูคริสต์ที่ถูกตรึงบนไม้กางเขนจนสิ้นพระชนม์ Paskafton (โพสคฺอัฟต้อน - วันก่อนวันอีสเตอร์) ที่จริงเเล้วเราฉลองวันอีสเตอร์กันวันเสาร์ในสัปดาห์เเห่งความเงียบสงบเเต่มันก็ยังไม่เป็นวันอีสเตอร์ผู้คนก็ต้องรอจนถึงเที่ยงคืนวันอีสเตอร์เป็นวันที่ชาวคริสตศาสนิกชนดีใจเเต่ชาวสวีเดนฉลองเทศกาลกันในวันก่อนอีสเตอร์ด้วยอาหารเเละเครื่องดื่มส่วนใหญ่จะมีเเต่เรื่องอาหารไข่อีสเตอร์ขนมหวานเเละลูกกวาด Paskdagen (โพสคฺด๊อกเก่น - วันอีสเตอร์) ที่จริงเเล้ววันอีสเตอร์เป็นวันที่ผู้เลื่อมใสในศาสนาเฉลิมฉลองกันเพราะตามคัมภีร์ไบเบิลเป็นวันที่พระเยซูคริสต์ได้ฟื้นคืนชีพจากความตายเเละเป็นวันสำคัญทางศาสนา Paskkarringar (โพสคฺเเชรริ่ง-ยายเเก่/ยายเฒ่าอีสเตอร์) การเเต่งตัวเป็นยายเเก่/ยายเฒ่าเป็นประเพณีเก่าเเก่ของชาวสวีเดนที่เกี่ยวกับเรื่องเล่าที่ว่าเเม่มดขี่ไม้กวาดเหาะไปที่ภูเขาสีฟ้าเพื่อไปงานเฉลิมฉลองกับพญายมมันเป็นเรื่องเล่าเก่าเเก่ที่มีมานานเเละเล่าขานกันต่อๆมา วันนี้เป็นวันที่เด็กๆจะเเต่งตัวเป็นยายเเก่ที่มีเครื่องแต่งกายที่ประกอบด้วยกระโปรงผ้ากันเปื้อนเเละมีผ้าโพกผมเด็กจะเดินรอบ ๆ หมู่บ้านหรือรอบเมืองเเละนำเอารูปวาดเล็กๆที่พวกเขาวาดเองไปเเจกผู้ใหญ่ก็จะให้รางวัลเด็ก ๆ ด้วยลูกกวาดหรือท๊อฟฟี่เเละของขวัญอื่น ๆ Paskagget (โพสคฺเอ็กเก็ท - ไข่อีสเตอร์) วันอีสเตอร์ฉลองวันที่พระผู้เป็นเจ้าฟื้นคืนชีพในประเทศสวีเดนก็เฉลิมฉลองฤดูใบไม้ผลิด้วยเพราะเป็นฤดูเเห่งการเกิดใหม่ที่อุดมสมบูรณ์เเละสัญญาลักษณ์เเห่งการเกิดใหม่คือไข่ประเพณีไข่อีสเตอร์มีมานานกว่า 3000 ปีได้มีการระบายสีไข่ในเเถบเปอร์เชียเเละส่วนอื่นของโลก ที่มาก็เนื่องมาจากช่วงเวลาการอดอาหารช่วงที่ผู้คนอดอาหารก่อนวันอีสเตอร์เเม่ไก่ก็ออกไข่ไปตามปกติเมื่อคนไม่ได้รับประทานอาหารจำนวนไข่ก็เพิ่มพูนมากขึ้นผู้คนจึงนำไข่มาทำอะไรอย่างอื่นนอกเหนือจากการนำมาเป็นอาหารมีการนำไข่มาระบายสีเเละตกเเต่งให้สวยงามเเล้วนำไปให้เป็นของขวัญเเก่กันเเละกันประเพณีนี้มีการฉลองในประเทศอื่น ๆ ทั่วโลก สัญลักษณ์ของวันอีสเตอร์สัญลักษณ์ของวันอีสเตอร์นั้นได้แก่สิ่งที่สื่อถึงความสุขสมหวังชัยชนะความอบอุ่นความสดใสไข่ :สื่อถึงชีวิตใหม่ไข่ถือเป็นสัญลักษณ์ของการบังเกิดใหม่หรือมีชีวิตใหม่กางเขนและอุโมงค์ที่ว่างเปล่าเป็นสัญลักษณ์ของการเป็นขึ้นมาจากความตายของพระเยซูคริสต์มีคนกล่าวว่าคริสเตียนแท้มักจะดำเนินชีวิตโดยยึดหลักการที่ว่าพระเยซูคริสต์ได้สิ้นพระชนม์ในวันศุกร์ประเสริฐเพื่อเราเมื่อวานนี้และทรงเป็นขึ้นมาจากความตายในวันอาทิตย์อีสเตอร์และทรงสถิตอยู่กับเราในวันนี้และพระองค์
การแปล กรุณารอสักครู่..
ผลลัพธ์ (ไทย) 2:[สำเนา]
คัดลอก!
เเละศาสนายิว เเละพระองค์ได้ฟื้นคืนชีพมาอีกครั้งจากการประชุมในโบสถ์ที่ไนซีอาเมื่อปีค. ศ 325 หลังจากที่พระเยซูสิ้นพระชนม์ก็มีการเฉลิมฉลองเทศกาลอีสเตอร์ (vårdagjämningen) ประมาณค. ศ 200 ทางศาสนาคริสต์ 40 วันก่อนวันอีสเตอร์ กลางทะเลทรายเเละ จะจุดเทียนทุกเล่มที่ดับเพื่อเฉลิมฉลองที่ช่วงเวลาการของ การอดอาหารผู้คนจะทำความสะอาดบ้านเรือนของตนก่อนวันอีสเตอร์เเต่ในปัจจุบับวันก่อนวันอีสเตอร์คือวันสำคัญเเละเป็นวันที่เริ่มมีการจัดงานฉลองกันเทศกาลอีสเตอร์จะไม่ตรงกันใน เเต่ละปีเเละการฉลองก็เเตกต่างกันระหว่าง เเต่ทางภาคเหนือเห็นว่าเป็นเทศกาลของผู้ใหญ่ถึงเเม้ว่ากาลเวลาเปลี่ยนไปเเล้วก็ตามการเฉลิมฉลองเทศกาลนี้ก็ยังคงมีอยู่ในปัจจุบันPalmsöndag (ซาล์มเซินดอก - วันอาทิตย์ก่อนถึงวันอีส เตอร์ เเละ ในวันอาทิตย์ (โบลโมนดอก - วันจันทร์สีฟ้า) วันนี้ได้ชื่อมาจากภาษาเยอรมัน "Blauer Montag" ซึ่งเชื่อมโยงเรื่องราวไปถึงกาลเวลาครั้งเมื่อทางตอนใต้ของประเทศเยอรมัน (เฟ๊ตทีสดอก - วันอังคารไขมัน) มาจากคำว่า FET ที่เเปลว่าไขมันเเละทิสดัคที่เเปลว่าวัอังคา Fettisdagen เป็นวันอังคารเเละวันสุดท้ายก่อนที่วันที่ชาวคริสต์อดอาหารเเ ละ ขนมปังใส้ครีมที่มีชื่อว่าเซ่ม (semla) Dymmelonsdag (ดีมเมลอุ้นสดอก - วันนี้จะเเทนด้วยท่อนไม้ เป็นสัปดาห์เเห่งความเงียบสงบSkartorsdag (เเครฺทูชดอก - nattvarden ภาพวาดบนฝาฝนังที่ลีโอนารโดดาวินชีได้วาดไว้ประมาณปีค. ศ 1495-1498 ในโบสถ์เมืองซานตามาเรี delle Grazie เมืองมิลานเป็นรูปอาหารมื้อสุดท้ายที่พระเยซูคริสต์เสวยชื่อของวัน นี้มีที่มาคือพระเยซูคริสต์ได้ล้างเท้าให้เเก่สาวกของท่านก่อนที่จะเสวยอาหารมื้อสุดท้ายคำว่า "skära" เเปลว่า "สะอาด" Langfredag ​​(ลองเฟรียดอก - วันศุกร์ที่ยาวนาน เเละสิ้นพระชนม์ที่ Golgata ประเพณีนี้เริ่มที่เมืองเยรูซาเล็มในช่วงปีค. ศ 300 ค. ศ 1600 วันศุกร์ที่ยาวนานนี้จะเป็นวันเเห่งความเงียบสงบเเละผู้คนจะสวมใส่เสื้อผ้าสีดำเเละไปโบสถ์ผู้คนจะไม่ทำกิจกรรมใด ๆ มันจะเป็นวันที่เงียบสงบเพื่อ สิ้นพระชนม์Paskafton (โพสคฺอัฟต้อน - วันก่อนวันอีสเตอร์ ในสัปดาห์เเห่งความเงียบสงบเเต่มันก็ยังไม่เป็นวันอีสเตอร์ผู้คนก็ต้องรอจนถึงเที่ยงคืน เเต่ชาวสวีเดนฉลองเทศกาลกันในวันก่อนอีสเตอร์ด้วยอาหารเเละเครื่องดื่มส่วนใหญ่จะมีเเต่เรื่องอาหารไข่อีสเตอร์ขนมหวานเเละลูกกวาดPaskdagen (โพสคฺด๊อกเก่น - ได้ฟื้นคืนชีพจากความตายเเละเป็นวันสำคัญทางศาสนาPaskkarringar (โพสคฺเเชรริ่ง - ที่เกี่ยวกับเรื่องเล่าที่ว่าเเม่มดขี่ไม้กวาดเหาะไปที่ภูเขาสีฟ้าเพื่อไปงานเฉลิมฉลองกับพญายมมันเป็นเรื่องเล่าเก่าเเก่ ที่มีเครื่องแต่งกายที่ประกอบด้วยกระโปรงผ้ากันเปื้อนเเละมีผ้าโพกผมเด็กจะเดินรอบ ๆ หมู่บ้านหรือรอบเมืองเเละ ผู้ใหญ่ก็จะให้รางวัลเด็ก ๆ ด้วยลูกกวาดหรือท๊อฟฟี่เเละของขวัญอื่น ๆPaskagget (โพสคฺเอ็กเก็ท - เเละสัญญาลักษณ์เเห่งการเกิดใหม่คือไข่ประเพณีไข่อีสเตอร์มีมานานกว่า 3,000 ปีได้มีการระบายสีไข่ในเเถบเปอร์เชียเเละ ช่วงที่ผู้คนอดอาหารก่อนวันอีสเตอร์เเม่ไก่ก็ออกไข่ไปตามปกติเมื่อคนไม่ได้รับประทานอาหารจำนวนไข่ก็เพิ่มพูนมากขึ้นผู้คนจึงนำไข่มาทำอะไรอย่างอื่นนอกเหนือจากการนำมาเป็นอาหารมีการนำไข่ มาระบายสีเเละตกเเต่งให้สวยงามเเล้วนำไปให้เป็นของขวัญเเก่กันเเละกันประเพณีนี้มีการฉลองในประเทศอื่น ๆ นั้น ได้แก่ สิ่งที่สื่อถึงความสุขสมหวังชัยชนะความอบอุ่นความสดใสไข่: สื่อถึงชีวิตใหม่ไข่ กางเขนและอุโมงค์ที่ว่างเปล่า และทรงสถิตอยู่กับเราในวันนี้และพระองค์








































การแปล กรุณารอสักครู่..
ผลลัพธ์ (ไทย) 3:[สำเนา]
คัดลอก!
เทศกาลอีสเตอร์

เทศกาลอีสเตอร์เป็นเทศกาลที่สำคัญที่สุดในศาสนาคริสต์เเละศาสนายิวคริสตศาสนิกชนเฉลิมฉลองเทศกาลอีสเตอร์เนื่องจากเป็นวันสิ้นพระชนม์ของพระเยซูคริสต์เเละพระองค์ได้ฟื้นคืนชีพมาอีกครั้งนาเซียเมื่อปีค .ศ 325 หลังจากที่พระเยซูสิ้นพระชนม์ก็มีการเฉลิมฉลองเทศกาลอีสเตอร์วันอาทิตย์เเรกนับจากพระจันทร์เต็มดวงครั้งเเรกหลังจากวันที่พระอาทิตย์ได้โคจรผ่านครึ่งจากเหนือถึงใต้ ( 5 ปี และ rdagj mningen ) ประมาณค .ศ 200 ทางศาสนาคริสต์ได้ตกลงกันว่าให้มีการอดอาหารเป็นเวลา 40 ได้รับเลือกตั้งผ่านกระบวนการประชาธิปไตยของพม่าก่อนวันอีสเตอร์เพื่อเป็นการระลึกถึงพระเยซูคริสต์ที่ติดอยู่กลางทะเลทรายเเละหนึ่งวันก่อนวันอีสเตอร์ตามโบสถ์ต่างๆจะจุดเทียนทุกเล่มที่ดับการอดอาหารได้หมดสิ้นลง
ปัจจุบันี้เราเฉลิมฉลองกันในวันอีสเตอร์เป็นส่วนใหญ่เเต่เมื่อสมัยก่อนนานมาเเล้วจะฉลองกันในวันสุดท้ายของการอดอาหารผู้คนจะทำความสะอาดบ้านเรือนของตนก่อนวันอีสเตอร์เเต่ในปัจจุบับเเละเป็นวันที่เริ่มมีการจัดงานฉลองกันเทศกาลอีสเตอร์จะไม่ตรงกันในเเต่ละปีเเละการฉลองก็เเตกต่างกันระหว่างภาคเหนือเเละภาคใต้ของสวีเดน
ทางภาคใต้เมื่อถึงเทศกาลอีสเตอร์ก็เข้าฤดูใบไม้ผลิพอดีซึ่งก็ถือว่าเป็นเทศกาลของทั้งครอบครัวเเต่ทางภาคเหนือเห็นว่าเป็นเทศกาลของผู้ใหญ่ถึงเเม้ว่ากาลเวลาเปลี่ยนไปเเล้วก็ตามการเฉลิมฉลองในปัจจุบัน


ปาล์มö ndag ( ซาล์มเซินดอก - วันอาทิตย์ก่อนถึงวันอีสเตอร์ )
วันนี้เป็นวันที่เริ่มต้นของสัปดาห์เเห่งเทศกาลอีสเตอร์เเละได้รับชื่อนี้มาจากคัมภีร์ไบเบิลที่เขียนระบุไว้ว่าในวันอาทิตย์ผู้คนได้นำเอากิ่งก้านปาล์มมาวางลงบนพื้นเพื่อที่พระเยซูคริสต์จะได้ขี่ลาผ่านไป

BL ปี M ปี ndag ( โบลโมนดอก - วันจันทร์สีฟ้า )
วันนี้ได้ชื่อมาจากภาษาเยอรมัน " บลาววันจันทร์ " ซึ่งเชื่อมโยงเรื่องราวไปถึงกาลเวลาครั้งเมื่อทางตอนใต้ของประเทศเยอรมันได้ตกเเต่งโบสถ์ด้วยสีฟ้าในวันนี้


เฟ๊ตทีสดอก ( เฟ๊ตทีสดอก - วันอังคารไขมัน )
การแปล กรุณารอสักครู่..
 
ภาษาอื่น ๆ
การสนับสนุนเครื่องมือแปลภาษา: กรีก, กันนาดา, กาลิเชียน, คลิงออน, คอร์สิกา, คาซัค, คาตาลัน, คินยารวันดา, คีร์กิซ, คุชราต, จอร์เจีย, จีน, จีนดั้งเดิม, ชวา, ชิเชวา, ซามัว, ซีบัวโน, ซุนดา, ซูลู, ญี่ปุ่น, ดัตช์, ตรวจหาภาษา, ตุรกี, ทมิฬ, ทาจิก, ทาทาร์, นอร์เวย์, บอสเนีย, บัลแกเรีย, บาสก์, ปัญจาป, ฝรั่งเศส, พาชตู, ฟริเชียน, ฟินแลนด์, ฟิลิปปินส์, ภาษาอินโดนีเซี, มองโกเลีย, มัลทีส, มาซีโดเนีย, มาราฐี, มาลากาซี, มาลายาลัม, มาเลย์, ม้ง, ยิดดิช, ยูเครน, รัสเซีย, ละติน, ลักเซมเบิร์ก, ลัตเวีย, ลาว, ลิทัวเนีย, สวาฮิลี, สวีเดน, สิงหล, สินธี, สเปน, สโลวัก, สโลวีเนีย, อังกฤษ, อัมฮาริก, อาร์เซอร์ไบจัน, อาร์เมเนีย, อาหรับ, อิกโบ, อิตาลี, อุยกูร์, อุสเบกิสถาน, อูรดู, ฮังการี, ฮัวซา, ฮาวาย, ฮินดี, ฮีบรู, เกลิกสกอต, เกาหลี, เขมร, เคิร์ด, เช็ก, เซอร์เบียน, เซโซโท, เดนมาร์ก, เตลูกู, เติร์กเมน, เนปาล, เบงกอล, เบลารุส, เปอร์เซีย, เมารี, เมียนมา (พม่า), เยอรมัน, เวลส์, เวียดนาม, เอสเปอแรนโต, เอสโทเนีย, เฮติครีโอล, แอฟริกา, แอลเบเนีย, โคซา, โครเอเชีย, โชนา, โซมาลี, โปรตุเกส, โปแลนด์, โยรูบา, โรมาเนีย, โอเดีย (โอริยา), ไทย, ไอซ์แลนด์, ไอร์แลนด์, การแปลภาษา.

Copyright ©2026 I Love Translation. All reserved.

E-mail: