แบล็ก ออร์โลฟ (Black Orlov) หรือที่รู้จักกันดีในชื่อ "เนตรแห่งพรหม (Eye of Brahma)" เป็นเพชรสีดำ ขนาด 67.5 กะรัต ถูกเจียระไนขึ้นจากเพชรขนาด 195 กะรัต ซึ่งถูกค้นพบในศตวรรษที่ 19 ในประเทศอินเดีย
ตามตำนานเล่าว่าเพชรขนาดมหึมาชิ้นนี้ถูกขโมยออกมาจากดวงตาของพระพรหม ซึ่งเป็นเทวรูปศักดิ์สิทธิ์ของศาสนาฮินดูในวิหารแห่งหนึ่งใกล้กับเมืองพอนดิเชอรี่ (Pondicherry) ในอินเดีย โดยมีพระรูปหนึ่งเป็นผู้ขโมย การกระทำที่เป็นการลบหลู่เทพเจ้าจึงเป็นจุดเริ่มต้นของคำสาปสู่ผู้ครอบครองเพชรก้อนนั้น
ในปีค.ศ. 1940 เจ ดับเบิลยู ปารีส (J. W. Paris) พ่อค้าอัญมณีผู้นำเข้าแบล็ก ออร์โลฟมาสู่สหรัฐอเมริกา ได้ปิดฉากชีวิตตัวเองโดยการกระโดดตึกฆ่าตัวตาย ที่ตึกระฟ้าที่สูงที่สุดในมหานครนิวยอร์ก หลังจากที่เพิ่งปิดการขายเพชรเม็ดงามนี้ได้หมาดๆ
จากนั้นเจ้าหญิงนาเดีย เฟกิน-ออร์โลฟ (Princess Nadia Vyegin-Orlov) และเจ้าหญิงลีโอเนล กาลิตไซน์-บาเรียตินสกี้ (Princess Leonila Galitsine-Bariatinsky) เจ้าหญิงแห่งรัสเซีย ผู้เป็นเจ้าของแบล็ก ออร์โลฟ ถูกบันทึกว่าฆ่าตัวตายทั้งสองพระองค์
ต่อมาเพชรได้ไปตกอยู่ในมือของ ชาร์ล เอฟ วิลสัน (Charles F. Winson) และได้ทำการตัดออกเป็น 3 เม็ด เพื่อลบล้างคำสาป เพชรทั้งสามได้กระจายไปอยู่ในครอบครองของบรรดามหาเศรษฐีต่างๆและดูเหมือนว่าจะไม่มีใครต้องคำสาปเลย
เดนนิส เพติเมซัส (Dennis Petimezas) พ่อค้าอัญมณี เจ้าของเพชรแบล็ก ออร์โลฟ คนปัจจุบัน ได้กล่าวเอาไว้ว่าเขาค่อนข้างมั่นใจว่าคำสาปของเพชรนั้นได้ถูกทำลายไปแล้ว
ปัจจุบันเพชรแบล็ก ออโลฟ ได้ถูกจัดแสดงที่พิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ธรรมชาติ ในนิวยอร์ค
และพิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ธรรมชาติ ในลอนดอน