กลองมโหระทึก เป็นกลองหน้าเดียวหล่อด้วยโลหะผสม ประกอบด้วย ทองแดง ตะกั่วและดีบุก แบบเก่าที่สุดพบในประเทศเขมรและท้องที่ใกล้เคียง กลองมโหระทึกเป็นโบราณวัตถุสมัยก่อนประวัติศาสตร์ ใช้ตีกันอยู่ในงานพิธีต่างๆ ทั้งในงานหลวงและงานราษฎร์ ตรงด้านข้างของตัวกลองมักทำช้างเดินตามกัน ๒ - ๓ ตัว บนหน้ากลองมีกบอยู่ประจำ ๔ ทิศ บางลูกก็ทำกบซ้อนกัน ๓ ตัว ตรงกลางทำเป็นรูปดาวมีแฉก บางชนิดก็ทำดาวนูนกลาง ขอบดาวลาด ที่มีกบอยู่บนหน้ากลองนั้นมีอธิบายว่า กลองเหล่านี้แต่เดิมคงสร้างขึ้นสำหรับใช้ตีขอฝน เพราะเป็นความเชื่อตั้งแต่สมัยโบราณว่าเมื่อกบร้องแล้วฝนจะตก เป็นที่ยอมรับกันว่ากลองเหล่านี้มีกำเนิดดั้งเดิมอยู่ในท้องที่แหลมอินโดจีน
กลองมโหระทึกนิยมนำมาใช้ตีบรรเลงในโอกาสต่าง ๆ ทั้งงานหลวงและงานราษฎร์ โดยปกติใช้ตีด้วยไม้ตี ๒ อัน ชาวไทยเรานิยมใช้มโหระทึกมาแต่โบราณตั้งแต่สมัยสุโขทัย มีกล่าวไว้ในหนังสือไตรภูมิพระร่วงตอนหนึ่งว่า “ประชาชนรื่นเริงสนุกสนานบรรเลงดนตรีดีดสีตีเป่า พื้นฆ้องกลองแตรสังข์ระฆังกังสดาลหรทึก กึกก้องทำนุกดี” และต่อมาในสมัยกรุงศรีอยุธยามีกำหนดไว้ในกฎมนเทียรบาลให้เป็นหน้าที่ของขุนมนตรีตีในงานพระราชพิธีด้วย เช่น ระบุไว้ว่า “อินโทรตีอินทเภรี ศรีเกดตีฆ้องชัย ขุนดนตรีตีหรทึก” และยังคงใช้ประโคมร่วมกับ แตรสังข์ในงานพระราชพิธีต่างๆ ตลอดมา เช่น ในโอกาสที่พระมหากษัตริย์เสด็จออกในงานพระราชพิธีรัฐพิธี ใช้บรรเลงร่วมกับกระบวนกลองชนะในงานเสด็จพระราชดำเนินโดยกระบวนพยุหยาตราและ ในกระบวนอื่นๆ